รีเซต

ผลการค้นหา “ �� Ȳ�ݼ���Ŀ���� �� rgu145.top �� ���ḱ���� �� �����Ӱ����� �� Ȳ�ݼ�����Ʈ �� �����Ӱ��� �� �տ������ӿ¶��� �� �����Ӱ����� �� ���������߸���2����” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
Bitcoin ดีดสยอง 30 นาทีพุ่ง 1,800 ดอลล์! ขณะที่ตลาดหุ้น-ทองคำกอดคอร่วง
อ่าน

Bitcoin ดีดสยอง 30 นาทีพุ่ง 1,800 ดอลล์! ขณะที่ตลาดหุ้น-ทองคำกอดคอร่วง

#Bitcoin #ทันหุ้น - ข้อมูลจาก Coinpedia ได้ระบุว่า ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีปรับตัวสูงขึ้นในวันนี้ นำโดย Bitcoin ซึ่งพุ่งทะยานสู่ระดับประมาณ 74,300 ดอลลาร์ ซึ่งนับเป็นระดับสูงสุดในรอบประมาณ 40 วัน โดย Bitcoin ปรับราคาขึ้นเกือบ 1,800 ดอลลาร์ภายในเวลาเพียง 30 นาที ส่งผลให้เกิดคลื่นการล้างพอร์ต (Liquidation) ขนานใหญ่ในตลาดอนุพันธ์สถานะขาย (Short positions) มูลค่ากว่า 113 ล้านดอลลาร์ถูกล้างพอร์ตภายในชั่วโมงเดียว บีบให้เทรดเดอร์ฝั่งขาลงต้องปิดสถานะและกลายเป็นแรงซื้อมหาศาลที่หนุนตลาดให้พุ่งขึ้นไปอีก การเคลื่อนไหวดังกล่าวผลักดันให้ภาพรวมของภาคส่วนคริปโตสูงขึ้นเช่นกัน โดย Ethereum ปรับตัวขึ้นประมาณ 13% ขณะที่สินทรัพย์หลักอื่นๆ ต่างพุ่งตามทิศทางเดียวกัน ซึ่งนับตั้งแต่ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านทวีความรุนแรงขึ้น ตลาดคริปโตได้เพิ่มมูลค่าขึ้นมากกว่า 3.2 แสนล้านดอลลาร์แล้วการหมุนเวียนของเงินทุนมุ่งสู่คริปโตหนึ่งในปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างการพุ่งขึ้นครั้งนี้คือการเปลี่ยนทิศทางของเงินทุนไปสู่สินทรัพย์ดิจิทัล ในขณะที่ตลาดโลกเผชิญกับความผันผวน เซกเตอร์ดั้งเดิมกลับประสบกับการขาดทุนมหาศาลตลาดหุ้นสหรัฐฯ สูญเสียมูลค่าไปราว 2.4 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่ทองคำและเงินสูญเสียมูลค่ารวมกันเกือบ 2.5 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วงเวลาเดียวกัน ในทางตรงกันข้าม ตลาดคริปโตกลับมีมูลค่าเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 แสนล้านดอลลาร์ ความสามารถของ Bitcoin ในการทำผลงานได้ดีกว่าสินทรัพย์หลักหลายประเภทในช่วงความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ได้ช่วยตอกย้ำภาพลักษณ์ของมันในฐานะเครื่องมือกระจายความเสี่ยงในพอร์ตการลงทุนระดับโลกความต้องการจากสถาบันผ่านกองทุน ETFการมีส่วนร่วมของสถาบันยังคงเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนที่แข็งแกร่งที่สุดของขาขึ้นรอบนี้ ข้อมูลจาก Sosovalue ระหว่างวันที่ 9 ถึง 13 มีนาคม พบว่ากองทุน Spot ETF ของ Bitcoin บันทึกกระแสเงินทุนไหลเข้าสุทธิ 767 ล้านดอลลาร์ ขยายสถิติการลงทุนเชิงบวกจากสถาบันต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่สามกองทุน Spot ETF ของ Ethereum ดึงดูดเงินไหลเข้า 161 ล้านดอลลาร์ในช่วงเวลาเดียวกัน ขณะที่กองทุนที่เชื่อมโยงกับ Solana บันทึกเงินไหลเข้า 10.7 ล้านดอลลาร์ ส่วนกองทุน ETF ที่ติดตาม XRP ประสบกับกระแสเงินทุนไหลออกสุทธิ 28.07 ล้านดอลลาร์ มีรายงานว่าสถาบันขนาดใหญ่ได้เข้าซื้อสิทธิการถือครอง Bitcoin ผ่าน ETF รวมมูลค่ากว่า 2.1 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับความต้องการในตัวสินทรัพย์นักวิเคราะห์ชี้สัญญาณตลาดกระทิงแดน แกมบาร์เดลโล (Dan Gambardello) นักวิเคราะห์คริปโต อธิบายว่าตัวบ่งชี้ระยะยาวหลายตัวเริ่มขยับมาสอดประสานกัน ก่อตัวเป็นสิ่งที่เขาเรียกว่า "Bullish Macro Confluence" ซึ่งมักใช้เวลาหลายปีกว่าจะเกิดขึ้น โดยเขาระบุว่าโครงสร้างปัจจุบันคล้ายกับรูปแบบที่มักพบเห็นในช่วงใกล้จุดต่ำสุดครั้งสำคัญของตลาดทางด้าน อาลี มาร์ติเนซ (Ali Martinez) เชื่อว่าการดีดตัวเพื่อคลายความกังวล (Relief Rally) กำลังใกล้เข้ามาสำหรับ Bitcoin โดยเขาระบุว่าในขณะที่ Bitcoin ซื้อขายอยู่ที่ราว 71,000 ดอลลาร์ ข้อมูลอนุพันธ์แสดงให้เห็นว่าฝั่งขาแช่ง (Bears) ยอมจ่ายค่าธรรมเนียม Funding Fees เพื่อรักษาฐานะ Short ของตนไว้ เขาอธิบายว่านี่คือโครงสร้างตลาดที่หาได้ยาก ซึ่งในอดีตมักนำไปสู่การดีดตัวที่รุนแรงพร้อมอัตราความสำเร็จที่สูงมากจากรูปแบบในอดีต นักวิเคราะห์ยังชี้ให้เห็นว่าระดับ 73,500 ดอลลาร์คือระดับสำคัญ โดยระบุว่าการเคลื่อนที่เข้าสู่โซนดังกล่าวอาจเป็นการยืนยันการดีดตัวตามที่คาดการณ์ไว้ที่มา https://coinpedia.org/news/bitcoin-gained-1800-in-30-minutes-and-wiped-out-113-million-in-shorts-what-just-happened/

Stablecoin เสี่ยงสูง! Resolv ถูกแฮกประจานระบบ ควบคุมห่วยจนโจรเข้าถึงหัวใจหลัก
อ่าน

Stablecoin เสี่ยงสูง! Resolv ถูกแฮกประจานระบบ ควบคุมห่วยจนโจรเข้าถึงหัวใจหลัก

#Stablecoin #ทันหุ้น - ข้อมูลจาก The Block ได้ระบุว่า การโจมตีอาศัยช่องโหว่ในสัญญาอัจฉริยะ (Smart Contract) สำหรับการสร้างเหรียญ (Minting) ของ USR ซึ่งเป็น Stablecoin ของ Resolv เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยการสร้างโทเค็นที่ไม่มีสินทรัพย์ค้ำประกันจำนวนประมาณ 80 ล้านเหรียญ และดึงเงินออกไปได้ราว 25 ล้านดอลลาร์ ตามรายงานจากบริษัทรักษาความปลอดภัยบล็อกเชนหลายแห่งการโจมตีเริ่มต้นขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 02:21 น. ตามเวลา UTC โดยบัญชี X ชื่อ YieldsAndMore เป็นรายแรกที่แจ้งเหตุการณ์นี้ พร้อมโพสต์ข้อมูลธุรกรรมจาก Etherscan ที่แสดงให้เห็นว่าผู้โจมตีฝากเงินเพียง 100,000 USDC เข้าไปในสัญญา USR Counter ของ Resolv แต่กลับได้รับเหรียญ USR ออกมาถึง 50 ล้านเหรียญ ซึ่งมากกว่าจำนวนที่ควรจะเป็นถึง 500 เท่า และในธุรกรรมที่สองได้มีการสร้าง USR เพิ่มอีก 30 ล้านเหรียญUSR คือ Stablecoin ที่ตรึงมูลค่ากับดอลลาร์ โดยใช้กลยุทธ์การป้องกันความเสี่ยงแบบ Delta-neutral ที่หนุนหลังด้วย ETH และ BTC แทนที่จะเป็นทุนสำรองเงินตราปกติ (Fiat) หลังจากการสร้างเหรียญครั้งแรกเพียง 17 นาที ราคาของโทเค็นได้ดิ่งลงเหลือเพียง 0.025 ดอลลาร์ในพูลที่มีสภาพคล่องสูงสุดบน Curve Finance ตามข้อมูลจาก DEX Screener ก่อนจะฟื้นตัวกลับมาอยู่ที่ประมาณ 0.85 ดอลลาร์ แต่ยังไม่สามารถกลับมาตรึงมูลค่าที่ 1 ดอลลาร์ได้ ณ เช้าวันอาทิตย์ผู้โจมตีซึ่งใช้ที่อยู่กระเป๋าเงินขึ้นต้นด้วย 0x04A2 ได้นำ USR ที่สร้างขึ้นไปแลกเป็น USDC และ USDT ผ่านกระดานเทรดแบบกระจายศูนย์ (DEX) จากนั้นจึงเปลี่ยนเป็น ETH ปัจจุบันกระเป๋าเงินของผู้โจมตีถือครอง 11,409 ETH มูลค่าประมาณ 23.7 ล้านดอลลาร์ ณ เวลาที่เผยแพร่ข่าว นอกจากนี้ยังมีกระเป๋าเงินอีกใบที่ระบุว่าเป็นของผู้โจมตีถือครองโทเค็น wstUSR มูลค่าประมาณ 1.1 ล้านดอลลาร์ในการแถลงผ่าน X ทาง Resolv Labs ระบุว่าได้ระงับฟังก์ชันทั้งหมดของโปรโตคอลแล้ว และยืนยันว่าพูลสินทรัพย์ค้ำประกัน "ยังคงอยู่ครบถ้วน" โดยไม่มี "สินทรัพย์พื้นฐาน" สูญหาย ทีมงานระบุว่าปัญหานี้ "จำกัดอยู่เพียงแค่กลไกการออกเหรียญ USR เท่านั้น"นักวิเคราะห์ชี้เป้า: ระบบควบคุมการเข้าถึงอ่อนแอAndrew Hong นักวิเคราะห์ Onchain ระบุว่าการละเมิดครั้งนี้เกิดจากบทบาท SERVICE_ROLE ของโปรโตคอล ซึ่งเป็นบัญชีสิทธิพิเศษที่ทำหน้าที่จัดการคำขอแลกเปลี่ยน บทบาทดังกล่าวถูกควบคุมโดยบัญชีภายนอกทั่วไป (EOA) แทนที่จะเป็นระบบที่ต้องมีการลงนามร่วมจากหลายฝ่าย (Multisig) นอกจากนี้ สัญญาการสร้างเหรียญยังขาดการตรวจสอบจาก Oracle, ขาดการตรวจสอบความถูกต้องของจำนวนเงิน และไม่มีการจำกัดเพดานการสร้างเหรียญสูงสุดกองทุน DeFi อย่าง D2 Finance วิเคราะห์ความเป็นไปได้ไว้ 3 ทางคือ: Oracle ถูกแทรกแซง, ผู้ลงนามนอกเครือข่ายถูกแฮก หรือระบบตรวจสอบความถูกต้องของจำนวนเงินระหว่างคำขอกับการทำรายการสูญหายไป ซึ่ง YieldsAndMore เห็นพ้องกับการวิเคราะห์นี้ และตั้งข้อสังเกตว่าบทบาทการบริหารจัดการนั้นขาดมาตรการป้องกันที่เหมาะสมกับขนาดของโปรโตคอลอย่าง Resolv"นี่คือจุดที่ความเสี่ยงของ Stablecoin กลายเป็นเรื่องจริง" Deddy Lavid ซีอีโอของ Cyvers บริษัทรักษาความปลอดภัย Onchain กล่าวกับ The Block "การตรวจสอบ (Audit) เพียงอย่างเดียวไม่พอ หากคุณไม่ได้ตรวจสอบการสร้างเหรียญและอุปทานแบบเรียลไทม์ คุณก็เหมือนคนตาบอดในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด"ผู้ถือ USR เผชิญความสูญเสียหนักแม้คำกล่าวของ Resolv ที่ว่าพูลสินทรัพย์ค้ำประกันยังอยู่ครบถ้วนจะถูกต้องในทางเทคนิค แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นรุนแรงกว่าที่ระบุ นักวิเคราะห์ Onchain ชี้ว่าการโจมตีครั้งนี้มาในรูปแบบของ "เงินเฟ้อในระบบอุปทาน" (Supply inflation) แทนที่จะเป็นการขโมยสินทรัพย์ค้ำประกันโดยตรง โทเค็นใหม่ 80 ล้านเหรียญได้เข้าไปเจือจางอุปทานเดิม และการเทขายของผู้โจมตีได้ทำลายสภาพคล่องในพูลจนหมดสิ้น ใครก็ตามที่ถือ USR ในเวลานั้นต้องเผชิญกับผลขาดทุนทันทีการหลุดมูลค่า (Depeg) ยังลามไปถึงตลาดกู้ยืม DeFi โดย USR และโทเค็นอนุพันธ์ wstUSR ถูกใช้เป็นสินทรัพย์ค้ำประกันบนแพลตฟอร์มอย่าง Morpho และ Gauntlet เทรดเดอร์ที่ฉวยโอกาสอาจซื้อ USR ในราคาตลาดที่ลดต่ำลง และนำไปกู้ USDC ออกมาโดยอิงจากมูลค่าที่ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้า (Hardcoded) ที่ 1 ดอลลาร์ ซึ่งส่งผลให้สภาพคล่องของ Stablecoin ในห้องเก็บสินทรัพย์เหล่านั้นถูกสูบออกไปความเสียหายยังอาจลามไปถึงส่วนที่รับความเสี่ยงสูง (Junior Tranche) ของ Resolv ด้วย โดย YieldsAndMore ระบุว่า Resolv Liquidity Pool (RLP) ซึ่งทำหน้าที่เป็นชั้นประกันเพื่อรองรับผลขาดทุนแทนผู้ถือ USR มีมูลค่าหมุนเวียนประมาณ 38.6 ล้านดอลลาร์ก่อนเหตุการณ์ โดยผู้ถือครอง RLP รายใหญ่ที่สุดคือ Stream Finance ซึ่งเป็นโปรโตคอลที่เคยเปิดเผยผลขาดทุน 93 ล้านดอลลาร์ในเดือนพฤศจิกายน 2025 จากการยักยอกสินทรัพย์ของผู้จัดการกองทุนภายนอก ปัจจุบัน Stream ถือครอง RLP บน Morpho มูลค่าราว 17 ล้านดอลลาร์ ซึ่งหมายความว่าผู้ฝากเงินของพวกเขาอาจต้องเผชิญกับการสูญเสียครั้งใหญ่อีกครั้งบทเรียนจากปี 2026: สถิติการแฮก DeFi ยังพุ่งไม่หยุดเหตุการณ์ของ Resolv เป็นคดีล่าสุดในระลอกการโจมตีคริปโตช่วงต้นปี 2026 โดยในเดือนมกราคม Truebit สูญเสีย 26.6 ล้านดอลลาร์ และ Makina Finance สูญเสียราว 5 ล้านดอลลาร์ รายงานจาก Immunefi เมื่อสัปดาห์ที่แล้วระบุว่า ค่าเฉลี่ยความเสียหายจากการแฮกคริปโตในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 25 ล้านดอลลาร์ต่อครั้งจังหวะเวลาของเหตุการณ์นี้ยังน่าสนใจในแง่ของนโยบาย เนื่องจากฝ่ายนิติบัญญัติของสหรัฐฯ กำลังถกเถียงกันถึงวิธีการกำกับดูแล Stablecoin ที่ให้ผลตอบแทนภายใต้กฎหมาย GENIUS Act โดยสมาคมธนาคารอเมริกันได้เตือนว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้อาจดึงเงินฝากออกจากธนาคารดั้งเดิม ขณะที่สมาชิกวุฒิสภาคนสำคัญเพิ่งบรรลุ "ข้อตกลงในหลักการ" เกี่ยวกับการจัดการผลตอบแทนของ Stablecoin เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาที่มา https://www.theblock.co/post/394582/resolvs-usr-stablecoin-depegs-after-attacker-mints-80-million-unbacked-tokens-extracts-roughly-25-million

เปิดมุมมอง 3 โบรกฯ ส่องกลยุทธ์ลงทุน พร้อมเสิร์ฟหุ้นเด่นวันนี้
อ่าน

เปิดมุมมอง 3 โบรกฯ ส่องกลยุทธ์ลงทุน พร้อมเสิร์ฟหุ้นเด่นวันนี้

#ทันหุ้น - บล.ฟินันเซียไซรัส ประเมินแนวโน้มตลาดวันนี้ คาด SET Index จะฟื้นตัวตามตลาดหุ้นทั่วโลกเข้าหากรอบ 1,410-1,420 จุด จากบรรยากาศการลงทุนที่ผ่อนคลายขึ้นระยะสั้นหลังทรัมป์ระบุว่าเลื่อนการโจมตีโรงไฟฟ้าอิหร่านออกไป 5 วัน และกำลังทำการเจรจากับอิหร่านซึ่งมีแนวโน้มที่ดี ภายหลังอิหร่านจะออกมาปฏิเสธว่าไม่มีการเจรจาโดยตรง แต่ปัจจัยดังกล่าวสร้างความผ่อนคลายโดยราคาน้ำมันดิบ Brent ล่าสุดลงมายืนบริเวณ US$100 ต่อบาร์เรล ขณะที่ Bond Yield สหรัฐฯและ Dollar Index กลับมาย่อตัวลง ขณะที่ราคาทองคำฟื้นตัวขึ้นแรงอย่างไรก็ตามเราประเมินว่าสถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอนและต้องติดตามพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง โดยตลาดคาดหวังมากขึ้นว่าสงครามอาจสามารถคลี่คลายได้ภายในเดือน เม.ย. ซึ่งหากเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ ต้องจับตาว่าราคาน้ำมันจะปรับตัวลงเร็วในทันทีด้วยหรือไม่ ซึ่งจะมีผลต่อทิศทางเงินเฟ้อและผลกระทบทางเศรษฐกิจว่าจะรุนแรงมากน้อยและลากยาวเพียงใด (เบื้องต้นเราประเมินว่าจะกระทบชัดเจนขึ้นใน 2Q26) และต้องติดตามการปรับประมาณการเศรษฐกิจของสำนักต่างๆสำหรับปัจจัยในประเทศวันนี้ติดตามตัวเลขส่งออกเดือน ก.พ. (ตลาดคาด +17% y-y) ส่วนครม.ชุดใหม่คาดว่าจะตั้งแล้วเสร็จและเตรียมแถลงนโยบายต่อสภาฯช่วงวันที่ 7-9 เม.ย. โดยต้องจับตาช่วงหลังสงกรานต์ว่าจะเห็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในรูปแบบใดและเปลี่ยนแปลงจากแผนเดิมอย่างไรบ้างจากสถานการณ์พลังงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยยะ ยังเน้นเก็งกำไรในกลุ่มพลังงานต้นน้ำตามพัฒนาการของสงคราม และพักเงินในกลุ่ม Consumer Staple และ Defensive Play ที่ถูกกระทบจำกัดมากกว่าจากเงินเฟ้อและราคาพลังงานสูงกลยุทธ์ : เน้นลงทุนในหุ้นที่มีกระทบจำกัดต่อความเสี่ยงราคาน้ำมันและเงินเฟ้อจากผลของสงครามหุ้นเด่นเดือน มี.ค. : BDMS, CPALL, CPF, MTC, NSLFSSIA Portfolio : BA, BDMS, CPALL, CPF, ERW, KTB, MTC, OSP, WHAUPหุ้นเด่นวันนี้ : GULF• แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 67.50 บาท• ยังคงเป็นหุ้นที่แนวโน้มการเติบโตแข็งแกร่งและถูกกระทบจำกัดจากสงครามที่ส่งผลให้ราคาพลังงานปรับขึ้น เนื่องจากโรงไฟฟ้าส่วนใหญ่ของ GULF เป็น IPP สามารถส่งผ่านต้นทุนได้ รวมถึงมีส่วนแบ่งกำไรจากบ.ร่วมอย่าง ADVANC เป็นอีกฐานกำไรหลัก• ระยะสั้นกำไร 1Q26 คาดยังแข็งแกร่งต่อเนื่องจากกำลังการผลิตโซลาร์ใหม่ที่ COD ปลายปี 2025 ขณะที่กำไร ADVANC ยังแข็งแกร่งต่อเนื่อง คาดกำไรปี 2026 +28% y-y หากสงครามคลี่คลายเราคาดว่า GULF ยังเป็นเป้าหมายในการซื้อของกระแสเงินทุนต่างชาติ ระยะยาวได้แรงหนุนจาก Theme Infra-Tech• แนวรับ 54//52 บาท แนวต้าน 57//58 บาทด้าน บล.ดาโอ คาดตลาดเอเซียเช้านี้ กลับมาบวกได้ หลังนักลงทุนกลับมามีความหวังจากฝั่งของสหรัฐฯ ที่ชะลอการโจมตีอิหร่าน ออกไป 5 วัน คาดตลาดหุ้นไทยจะมีการ rebound ด้วยเช่นกัน จากนี้ รอดูว่าสถานการณ์จะไปในทางใด ซึ่งจะมีผลต่อทิศทางตลาดมากกว่าปัจจัยอื่นปัจจัยในประเทศคุมเข้มการจัดหาน้ำมัน: รัฐบาลไทยเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลการจัดหาน้ำมันเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลาง สั่งการให้มีการตรวจสอบการแสดงราคาและป้องกันการกักตุนอย่างเคร่งครัดในทุกพื้นที่ ผู้กลั่นและผู้ค้ารายใหญ่ต้องรายงานข้อมูลการผลิตและปริมาณสำรองเป็นรายวันเพื่อให้รัฐสามารถควบคุมได้อย่างใกล้ชิดค่าไฟงวดใหม่: คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เตรียมพิจารณาปรับค่าไฟฟ้าสำหรับงวดเดือน พ.ค.- ส.ค. 69 ในวันที่ 25 มี.ค. นี้ โดยอยู่ในช่วง 3.95–4.59 บาท/หน่วย จากงวดปัจจุบันที่ 3.88 บาท/หน่วย หลังต้นทุนก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) พุ่งสูงขึ้น จากความขัดแย้งตะวันออกกลาง ทั้งนี้ภาครัฐยังคงมีแนวโน้มออกมาตรการพยุงค่าไฟฟ้า เพื่อลดผลกระทบค่าครองชีพประชาชน …. มาตรการตรึงค่าไฟฟ้าจะเป็นปัจจัยลบต่อหุ้นโรงไฟฟ้า จากการแบกรับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นค่าเงินบาท: ปิดตลาดที่ 32.92 บาท/ดอลลาร์ ค่าเงินบาทมีทิศทาง อ่อนค่าตามภูมิภาค ประกอบกับได้รับแรงกดดันจาก ราคาทองคำที่ร่วงลงมาแรง ในระหว่างวัน นอกจากนี้ ปัจจัยสำคัญที่ตลาดต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือ สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ที่ส่งผลกระทบต่อเนื่องกระแส Fund Flow: นักลงทุนต่างชาติ ในตลาดหุ้น ขายสุทธิ 6,253 ล้านบาท (รวมตลาด SET และ MAI) ในตลาดตราสารหนี้ นักลงทุนต่างชาติมี ยอดขายสุทธิ 1,867 ล้านบาทปัจจัยต่างประเทศทรัมป์เลื่อนเส้นตายโจมตี: ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเลื่อนแผนโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและโรงไฟฟ้าของอิหร่านออกไป 5 วัน หลังทั้งสองฝ่ายเปิดโต๊ะเจรจาเพื่อยุติสงคราม โดยทรัมป์ระบุว่าการพูดคุยเป็นไปอย่าง "ดีเยี่ยมและสร้างสรรค์" แต่ด้านอิหร่าน ปฎิเสธว่าไม่มีการเจรจากับทางสหรัฐฯ …. ตลาดตอบรับในเชิงบวกกับข่าวนี้ เพราะอย่างน้อยก็เห็นท่าทีของทางสหรัฐฯ ที่ผ่อนคลายลงจากวันก่อนสินทรัพย์ถูกเทขายทั่วโลก: วานนี้สินทรัพย์หลายชนิด รวมถึงตลาดหุ้นหลายแห่งทั่งโลก ถูกเทขายจากความกังวลในในเส้นตาย 48 ชม. ที่ทรัมป์กำหนดให้กับอิหร่านตลาดพันธบัตร: มูลค่าพันธบัตรทั่วโลกหายไปกว่า 2.5 ล้านล้านดอลลาร์ในเดือนมี.ค. เพียงเดือนเดียว ซึ่งเป็นสถิติการร่วงลงรุนแรงที่สุดในรอบกว่า 3 ปี โดย Bond Yield 10 ปี สหรัฐฯ พุ่งแตะระดับ 4.42% วานนี้ ซึ่งยังคงสะท้อนถึงความกังวลด้านเงินเฟ้อ ที่พุ่งสูงขึ้นจากวิกฤตพลังงาน และตลาดมองว่า Fed จะคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงยาวนานกว่าที่ตลาดเคยประเมินไว้หรือมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยก็เป็นได้ หากสถานการณ์เงินเฟ้อพุ่งสูงกว่าที่คาดตัวเลขเศรษฐกิจและ EventTH - Customs Exports YoY; (คาดการณ์: 17.34%, ครั้งก่อน: 24.40%)Technical : BCH, KAMARTขณะ บล.คิงส์ฟอร์ด ประเมินแนวรับดัชนี 1,390 แนวต้าน 1,410 – 1,420 คาดดัชนีมีโอกาสฟื้นตัว หลังเริ่มมีสัญญาณการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐ – อิสราเอล กอปรกับราคาน้ำมันดิบเริ่มปรับลดลง แนะนำทยอยซื้อในกลุ่ม Value เช่น ADVANC,TRUE,SCB,KTB,GULF,CPF,CPAXT /เก็งกำไร THAI,AAV,BA,GPSC,BGRIM จากราคาน้ำมันดิบที่ปรับลดลงหุ้น IVL ให้ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 22.70 บาท โดยแนวโน้มราคาเม็ดพลาสติกปรับตัวขึ้นจากภาวะสงครามในตะวันออกกลางที่กระทบต่อ supply chain ในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี โดย IVL ได้ประโยชน์จาก spread integrated PET ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งจากการขาดแคลน feedstock (MEG) ของผู้ผลิตทางฝั่งเอเชีย ส่งผลให้ภาวะอุปทานล้นตลาดก่อนหน้านี้ผ่อนคลายลง นอกจากนี้ IVL ยังมีข้อได้เปรียบจากการกระจายความเสี่ยงของโรงงานไปยังหลายภูมิภาคไม่ได้พึ่งพิงวัตถุติบจากตะวันออกกลางเป็นหลัก ส่วนผลประกอบการในปี 69 ตลาดคาดพลิกเป็นกำไรสุทธิ 4.1 พันล้านบาท จากปี 68 ที่ขาดทุน 7.3 พันล้านบาทหุ้น ADVANC แนะนำซื้อ / ราคาเป้าหมาย 380.0 บาท โดยมองเป็นหุ้นรับความผันผวนได้ดีจากประเภทของธุรกิจและการจ่ายปันผลที่สม่ำเสมอ(ไม่รวมปันผลพิเศษ) Dividend Payout Ratio ในโซน 80%/ Dividend Yield ในโซน 3-5% ด้านกำไร 4Q68 +YoY, +QoQ มีแรงหนุนทั้งในเชิงรายได้จาก การปลี่ยนอัพแพกเกจมือถือ, การให้บริการลูกค้าองกรณ์(EDS, Cloud), การขาย iPhone17 และ ปัจจัยตามฤดูกาล ขณะที่ฝั่ง Cost กดดันน้อยลงจากค่าใช้จ่ายโครงข่าย ทั้งนี้ ภาพปี69 เรายังมองการเติบโตได้ต่อ กำไร +6%YoY และ ระยะยาวมีมุมมองบวกต่อธุรกิจใหม่ร่วมกับพันธมิตรอย่าง Data Center, Cloud, Virtual Bank

กูลิโกะ เพรทซ์ บิสกิต รสลาบ 22 ก. x 10 กล่อง ลดจัดหนัก ใช้ 1 ทรูพอยท์
สิทธิพิเศษ

กูลิโกะ เพรทซ์ บิสกิต รสลาบ 22 ก. x 10 กล่อง ลดจัดหนัก ใช้ 1 ทรูพอยท์

ประหยัด ฿15.00ที่ ลดจัดหนักสุขจัดเต็ม@แม็คโคร V03 ประหยัด 15.- กูลิโกะ เพรทซ์ บิสกิต รสลาบ 22 ก. x 10 กล่อง (847265) เพียง 85.- ปกติ 100.- ใช้ทรูพอยท์ 1 คะแนน เงื่อนไขกิจกรรม1) ระยะเวลาร่วมกิจกรรม ตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม - 14 เมษายน 25692) ในแต่ละรอบของสินค้า ลูกค้า 1 ท่าน [บัญชีทรูไอดี] จะสามารถใช้สิทธิ์ทรูพอยท์ 1 คะแนน แลกรับคูปองส่วนลดสินค้าที่ร่วมรายการได้ สูงสุด 5 ชิ้น ต่อวัน ต่อสินค้า (แลกได้ทุกสินค้าที่ร่วมรายการในรอบที่กำหนด)3) กรุณาแสดงคูปองที่ได้จากการกดรับสิทธิ์ที่แคชเชียร์ก่อนชำระเงินทุกครั้ง4) สิทธิพิเศษนี้ สามารถใช้ได้ที่แม็คโคร สาขาที่ร่วมรายการเท่านั้น5) ผู้ใช้บริการใช้คูปองส่วนลด บวกเงินเพื่อชำระค่าสินค้า ณ เคาน์เตอร์ชำระเงินแม็คโครสาขาที่ร่วมรายการ6) สินค้ามีจำนวนจำกัด และมีจำนวนแตกต่างไปตามแต่ละสาขา7) คูปองใช้ได้ในระยะเวลาที่กำหนด หากเกินกำหนดไม่สามารถขอคืนทรูพอยท์หรือเปลี่ยนเป็นเงินได้ทุกกรณี8) บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายการส่งเสริมการขายโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้าในกรณีเกิดความผิดพลาดจากระบบทางเทคนิค สินค้าขาด หรือสินค้าหมดก่อนกำหนด9) หากลูกค้ากดแลกสิทธิ์แล้ว ขอสงวนสิทธิ์การคืนทรูพอยท์ทุกกรณี10) บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการจัด ดำเนินการ ปรับ เปลี่ยน กำหนดการแผนการใด ๆ ภายใต้รายละเอียดข้างต้น ได้ตามที่บริษัทเห็นสมควรโดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า11) การตัดสินของบริษัทถือเป็นที่สิ้นสุดและยุติ12) หมดเขตแลก และใช้คูปองบนมือถือ 14 เมษายน 2569 เท่านั้น

โกปิโก้ ลูกอมรสกาแฟ 300 เม็ด ลดจัดหนัก ใช้ 1 ทรูพอยท์
สิทธิพิเศษ

โกปิโก้ ลูกอมรสกาแฟ 300 เม็ด ลดจัดหนัก ใช้ 1 ทรูพอยท์

ประหยัด ฿5.00ที่ ลดจัดหนักสุขจัดเต็ม@แม็คโคร V03 ประหยัด 5.- โกปิโก้ ลูกอมรสกาแฟ 300 เม็ด (802080) เพียง 140.- ปกติ 145.- ใช้ทรูพอยท์ 1 คะแนน เงื่อนไขกิจกรรม1) ระยะเวลาร่วมกิจกรรม ตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม - 14 เมษายน 25692) ในแต่ละรอบของสินค้า ลูกค้า 1 ท่าน [บัญชีทรูไอดี] จะสามารถใช้สิทธิ์ทรูพอยท์ 1 คะแนน แลกรับคูปองส่วนลดสินค้าที่ร่วมรายการได้ สูงสุด 5 ชิ้น ต่อวัน ต่อสินค้า (แลกได้ทุกสินค้าที่ร่วมรายการในรอบที่กำหนด)3) กรุณาแสดงคูปองที่ได้จากการกดรับสิทธิ์ที่แคชเชียร์ก่อนชำระเงินทุกครั้ง4) สิทธิพิเศษนี้ สามารถใช้ได้ที่แม็คโคร สาขาที่ร่วมรายการเท่านั้น5) ผู้ใช้บริการใช้คูปองส่วนลด บวกเงินเพื่อชำระค่าสินค้า ณ เคาน์เตอร์ชำระเงินแม็คโครสาขาที่ร่วมรายการ6) สินค้ามีจำนวนจำกัด และมีจำนวนแตกต่างไปตามแต่ละสาขา7) คูปองใช้ได้ในระยะเวลาที่กำหนด หากเกินกำหนดไม่สามารถขอคืนทรูพอยท์หรือเปลี่ยนเป็นเงินได้ทุกกรณี8) บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายการส่งเสริมการขายโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้าในกรณีเกิดความผิดพลาดจากระบบทางเทคนิค สินค้าขาด หรือสินค้าหมดก่อนกำหนด9) หากลูกค้ากดแลกสิทธิ์แล้ว ขอสงวนสิทธิ์การคืนทรูพอยท์ทุกกรณี10) บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการจัด ดำเนินการ ปรับ เปลี่ยน กำหนดการแผนการใด ๆ ภายใต้รายละเอียดข้างต้น ได้ตามที่บริษัทเห็นสมควรโดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า11) การตัดสินของบริษัทถือเป็นที่สิ้นสุดและยุติ12) หมดเขตแลก และใช้คูปองบนมือถือ 14 เมษายน 2569 เท่านั้น

โค้กออริจินัล 2.5 ลิตร
สิทธิพิเศษ

โค้กออริจินัล 2.5 ลิตร

ประหยัด ฿8.00ที่ ลดจัดหนักสุขจัดเต็ม@โลตัส ประหยัด 8.- โค้กออริจินัล 2.5 ลิตร 1 ขวด เพียง 39.- ปกติ 47.- ใช้ 1 ทรูพอยท์ เงื่อนไขกิจกรรม1) ระยะเวลาร่วมกิจกรรม ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม - 22 เมษายน 25692) ผู้ใช้บริการสามารถใช้ 1 ทรูพอยท์ แลกรับคูปองส่วนลดสำหรับสินค้าที่ร่วมรายการ 1 ชิ้น (นับเป็น 1 สิทธิ์)3) จำกัดการแลก สูงสุด 3 สิทธิ์ / บัตรประชาชน /รอบรายการสินค้า (แลกได้ทุกสินค้าที่ร่วมรายการในรอบที่กำหนด)4) กรุณานำคูปองส่วนลดที่ได้จากการกดรับสิทธิ์แสดงต่อพนักงานแคชเชียร์โลตัสก่อนการชำระเงินค่าสินค้า 5) สิทธิพิเศษนี้ สามารถใช้ได้ที่โลตัส และโลตัส โก เฟรช สาขาที่ร่วมรายการเท่านั้น6) ผู้ใช้บริการใช้คูปองส่วนลด บวกเงินเพื่อชำระค่าสินค้า ณ เคาน์เตอร์ชำระเงินโลตัสสาขาที่ร่วมรายการ7) สินค้ามีจำนวนจำกัด และมีจำนวนแตกต่างไปตามแต่ละสาขา8) สามารถแลกคูปอง และใช้ได้ในระยะเวลาที่กำหนด หากเกินกำหนดไม่สามารถขอคืนทรูพอยท์ หรือเปลี่ยนเป็นเงินได้ทุกกรณี9) บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายการส่งเสริมการขายโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้าในกรณีเกิดความผิดพลาดจากระบบทางเทคนิค สินค้าขาด หรือสินค้าหมดก่อนกำหนด10) หากลูกค้ากดแลกสิทธิ์แล้ว ขอสงวนสิทธิ์การคืนทรูพอยท์ทุกกรณี11) บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการจัด ดำเนินการ ปรับ เปลี่ยน กำหนดการแผนการใด ๆ ภายใต้รายละเอียดข้างต้น ได้ตามที่บริษัทเห็นสมควรโดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า12) การตัดสินของบริษัทถือเป็นที่สิ้นสุดและยุติ13) สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อทรู คอลเซ็นเตอร์ 124214) หมดเขตแลก และ ใช้คูปองบนมือถือ วันที่ 22 เมษายน 2569 เท่านั้น

ปืนฉีดน้ำปั๊มลม WG-30,YS318A,558,517(คละแบบ)
สิทธิพิเศษ

ปืนฉีดน้ำปั๊มลม WG-30,YS318A,558,517(คละแบบ)

ประหยัด ฿223.00ที่ ลดจัดหนักสุขจัดเต็ม@โลตัส ประหยัด 223.- ปืนฉีดน้ำปั๊มลม WG-30,YS318A,558,517 (คละแบบ) 1 ชิ้น เพียง 176.- ปกติ 399.- ใช้ 1 ทรูพอยท์ เงื่อนไขกิจกรรม1) ระยะเวลาร่วมกิจกรรม ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม - 22 เมษายน 25692) ผู้ใช้บริการสามารถใช้ 1 ทรูพอยท์ แลกรับคูปองส่วนลดสำหรับสินค้าที่ร่วมรายการ 1 ชิ้น (นับเป็น 1 สิทธิ์)3) จำกัดการแลก สูงสุด 3 สิทธิ์ / บัตรประชาชน /รอบรายการสินค้า (แลกได้ทุกสินค้าที่ร่วมรายการในรอบที่กำหนด)4) กรุณานำคูปองส่วนลดที่ได้จากการกดรับสิทธิ์แสดงต่อพนักงานแคชเชียร์โลตัสก่อนการชำระเงินค่าสินค้า 5) สิทธิพิเศษนี้ สามารถใช้ได้ที่โลตัส และโลตัส โก เฟรช สาขาที่ร่วมรายการเท่านั้น6) ผู้ใช้บริการใช้คูปองส่วนลด บวกเงินเพื่อชำระค่าสินค้า ณ เคาน์เตอร์ชำระเงินโลตัสสาขาที่ร่วมรายการ7) สินค้ามีจำนวนจำกัด และมีจำนวนแตกต่างไปตามแต่ละสาขา8) สามารถแลกคูปอง และใช้ได้ในระยะเวลาที่กำหนด หากเกินกำหนดไม่สามารถขอคืนทรูพอยท์ หรือเปลี่ยนเป็นเงินได้ทุกกรณี9) บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายการส่งเสริมการขายโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้าในกรณีเกิดความผิดพลาดจากระบบทางเทคนิค สินค้าขาด หรือสินค้าหมดก่อนกำหนด10) หากลูกค้ากดแลกสิทธิ์แล้ว ขอสงวนสิทธิ์การคืนทรูพอยท์ทุกกรณี11) บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการจัด ดำเนินการ ปรับ เปลี่ยน กำหนดการแผนการใด ๆ ภายใต้รายละเอียดข้างต้น ได้ตามที่บริษัทเห็นสมควรโดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า12) การตัดสินของบริษัทถือเป็นที่สิ้นสุดและยุติ13) สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อทรู คอลเซ็นเตอร์ 124214) หมดเขตแลก และ ใช้คูปองบนมือถือ วันที่ 22 เมษายน 2569 เท่านั้น

URL ลับในเกม Resident Evil Requiem ถูกแฟนคลับ Gabe Newell โฉบเอาโดเมนไปจดทะเบียนซะแล้ว!
อ่าน

URL ลับในเกม Resident Evil Requiem ถูกแฟนคลับ Gabe Newell โฉบเอาโดเมนไปจดทะเบียนซะแล้ว!

ใครจะไปคิดว่าความอยากรู้อยากเห็นของเกมเมอร์จะพาไปเจอเรื่องฮาๆ แบบนี้ เพราะมีผู้เล่นคนหนึ่งค้นพบ URL ลับที่ซ่อนอยู่ในเกม Resident Evil Requiem อย่าง "NEWDAWN-capcom.com" ซึ่งหลายคนอาจจะคาดหวังว่าต้องเป็นเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับ Capcom แน่ๆ แต่กลายเป็นว่าโดเมนนี้ถูกมือดีโฉบไปจดทะเบียนเรียบร้อย แถมยังพาเราไปยังหน้าเว็บของแฟนคลับค่าย Valve เจ้าของแพลตฟอร์ม Steam อีกต่างหาก!โดย URL ปริศนานี้ เราจะพบได้บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ของหน่วย BSAA (Bioterrorism Security Assessment Alliance) ที่ Leon Kennedy ใช้เซฟเกมในช่วงหลังนั่นเอง ถ้าผู้เล่นใช้สโคปซูมภาพกำลังขยายสูงส่องเข้าไปดู ก็จะเห็นที่อยู่เว็บไซต์นี้ปะปนอยู่กับโค้ดมากมายภาพเว็บไซต์ NEWDAWN-capcom.com ขณะที่เขียนอยู่นี้ทว่ากรณีนี้กลับแตกต่างจากเกมอื่นๆ ที่มักจะใส่ URL โยงไปหาเว็บไซต์โปรโมตบริษัทหรือสินค้าของตัวเอง เพราะเมื่อเราลองพิมพ์ "NEWDAWN-capcom.com" ลงบนเว็บเบราว์เซอร์ มันกลับพาเราไปเปิดหน้าเว็บไซต์ของบุคคลที่ใช้ชื่อว่า "Gabe Follower" ซึ่งเป็นคนที่คอยแชร์ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ร่วมก่อตั้ง Valve อย่าง Gabe Newell รวมถึงข้อมูลของบริษัทและโปรเจกต์ต่างๆ แทนในอีกมุมหนึ่ง ก็มีแฟนเกมที่พยายามไขปริศนาความหมายของคำว่า "New Dawn" กันอย่างจริงจัง บางคนถึงขั้นไปถอดรหัสจากเนื้อเพลงอิมเมจซองของตัวเกม Resident Evil Requiem อย่างเพลง "Through the Darkness" รวมถึงวิเคราะห์โควตคำพูดจากเกม Resident Evil 4 Remake และ Resident Evil 5 ขณะที่บางส่วนก็เชื่อว่า "New Dawn" น่าจะเป็นแค่ชื่อชั่วคราวที่ใช้เรียกกันในระหว่างการพัฒนาเกมภาคนี้Among the gibberish words on the BSAA's computer in RE9, there's a domain called “NEWDAWN-capcom . com” i tried searching it, but nothing came up. The only relation to “NEWDAWN” i could think of are “Through the Darkness” lyrics Wesker's quotes in RE4R/RE5. #REBHFun pic.twitter.com/SRdn9rKZZn— Resident Leo. (@RacconSurvivor) March 9, 2026 ความบังเอิญที่น่าสนใจคือ ตัวย่อ "ND" ซึ่งอาจจะย่อมาจาก New Dawn นั้น ไปปรากฏอยู่บนป้ายทะเบียนรถ Porsche Cayenne Turbo GT ของลีออนด้วย โดยป้ายทะเบียนท้ายรถที่เขียนว่า "ND=9642" เคยโผล่มาให้เห็นแล้วในตัวอย่าง Resident Evil Requiem – 3rd Trailer ซึ่งถ้าทฤษฎีนี้เป็นจริง ตัวเลขป้ายทะเบียนทั้งหมดก็คือการบ่งบอกว่า Resident Evil Requiem หรือ "New Dawn" นี้ คือจุดสูงสุดของบทบาทลีออนในแฟรนไชส์ โดยมีตัวเลข 9, 6, 4 และ 2 เป็นการอ้างอิงถึงตัวเกมภาคหลักทั้งหมดที่เขาเคยปรากฏตัวนั่นเองป้ายทะเบียนรถ ND=9642อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้ยังคงเป็นเพียงการคาดเดาเท่านั้น แต่ที่แน่ๆ คราวนี้ถือว่าโชคดีที่ URL ลับในเกมไม่ได้นำไปสู่เว็บไซต์อันตราย ไม่อย่างนั้นบรรดาผู้เล่นที่เกิดอยากรู้อยากเห็นอาจจะงานเข้าได้หากผู้ไม่หวังดีเอาไปใช้ในทางที่ผิดเช่นเผยแพร่มัลแวร์ต่าง ๆ!แปลและเรียบเรียงจากAutomaton Media

KGI เจาะ 3 หุ้นเด่น แนะเก็งกำไร ตามปัจจัยพื้นฐาน
อ่าน

KGI เจาะ 3 หุ้นเด่น แนะเก็งกำไร ตามปัจจัยพื้นฐาน

#ทันหุ้น - บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) เจาะ 3 หุ้นเด่น แนะเก็งกำไร ตามปัจจัยพื้นฐาน ได้แก่ CPN ให้เป้าพื้นฐาน 75 บาท โดย 1) ประเมินแนวโน้มราคา Sideway up ประเมินแนวรับ 64.75 บาท / แนวต้าน 65.75 – 67 บาท กรณี Break ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 70 บาท (Stop loss 62.5 บาท) 2) ประเมินแนวโน้มผลการดำเนินงานยังดีต่อเนื่อง หลังกำไรดีเกินคาด ฝ่ายวิจัยฯ คาดรายได้ค่าเช่าและบริการเติบโตจากการเปิดศูนย์การค้าใหม่ปีละ 3 แห่ง ขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจาก บ.ร่วมจะเร่งตัวขึ้นจากการโอนโครงการ Dusit Residences … คาดความเชื่อมั่นผู้บริโภคฟื้นหลังการเลือกตั้งหนุนธุรกิจค้าปลีก + อสังหาฯ 3) Dividend yield เด่น ประกาศปันผล 2.4 บาท / หุ้น (XD 9 มี.ค.) Dividend yield 3.7%หุ้น MAJOR ให้เป้าพื้นฐาน 9.7 บาท โดย 1) ประเมินแนวโน้มราคาฟื้นตัวทดสอบค่าเฉลี่ย 200 วัน (แข็งกว่าตลาดฯ) / ภาพระยะสัปดาห์ MACD ฟื้นก่อนราคาหุ้น ประเมินแนวรับ 7.65 บาท / แนวต้าน 8.05 – 8.20 บาท กรณี Break ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 8.5 บาท (Stop loss 7.35 บาท) 2) ประเมินแนวโน้มผลการดำเนินงานปีนี้ฟื้นต่อเนื่อง จากกลยุทธ์ลดต้นทุน เราคาดแนวโน้มผลการดำเนินงานปีนี้จะกลับมาโต YoY หลังจากที่ลดลงมาต่อเนื่อง 2 ปีติด จากกลยุทธ์การลดต้นทุน รายจ่าย เพิ่มอัตรากำไรที่เริ่มเห็นผลแล้ว ขณะที่คาดจำนวนผู้เข้าชมหนังจะเติบโต YoY (บริษัทฯตั้งเป้าโต +40% YoY / ฝ่ายวิจัยฯ คาดเพียง +5% YoY … มี Upside) … … คาดความเชื่อมั่นผู้บริโภคฟื้นหลังการเลือกตั้งหนุนธุรกิจโรงภาพยนต์ 3) Valuation ไม่แพง Forward PE 8.9 เท่า (-2 SD) และประกาศปันผล 0.25 บาท/หุ้น (XD 17 เม.ย.) Yield 3.2%หุ้น SCGP ให้เป้าพื้นฐาน 23.3 บาท โดย 1) ประเมินแนวโน้มราคา Sideway up / ระยะสั้นพักลงมาแนวรับ ประเมินแนวรับ 20.6 บาท / แนวต้าน 21.2 – 21.7 บาท กรณี Break ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 22 บาท (Stop loss 20 บาท) 2) ประเมิน Sentiment บวกจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯใหม่ ล่าสุดสหรัฐฯปรับอัตราภาษีนำเข้าทั่วโลกลงมาที่ 15% (จาก Reciprocal tariff เดิม) ทำให้กลับเป็นบวกต่อภาพรวมเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียโดยเฉพาะจีน ซึ่งจะเป็นบวกต่ออุปสงค์สินค้าของ SCGP* ขณะที่ฝ่ายวิจัยฯ คาดแนวโน้มกำไร 1Q69 จะฟื้นตัว QoQ ต่อเนื่อง … คาดกำไรปีนี้ฟื้น +28% YoY 3) Valuation ไม่แพง Forward PE +/-19 เท่า (-1.5 SD) ขณะที่คาดกำไรพลิกกลับมาโต YoY

ลด 100.- ใช้ 0 ทรูพอยท์
สิทธิพิเศษ

ลด 100.- ใช้ 0 ทรูพอยท์

ประหยัด ฿100.00 ที่ VTRUS ลูกค้าทรู ใช้ 0 ทรูพอยท์ รับส่วนลด 100 บาท เมื่อซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซีบีดี กัมมี่ รสสตรอว์เบอร์รี / รสองุ่น / รสน้ำผึ้ง ตราวีทรัสจากราคา 300 .- ต่อซอง ลดเหลือ 200 .- ต่อซอง***สิทธิพิเศษ-จัดส่งฟรีลิงก์ Line OA : https://lin.ee/v4GTHuL เงื่อนไข1.สามารถใช้สิทธิ์ภายใน 31 สิงหาคม 2569 จัดส่งฟรี ทุกการสั่งซื้อ2.สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้าและไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขายหรือส่วนลดสินค้าอื่น ๆ นอกเหนือจากที่แจ้งได้3.สิทธิพิเศษนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเงินสดได้4.ส่วนลดใช้ได้เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการเท่านั้น5.สงวนสิทธิ์การร่วมกิจกรรม 1 สิทธิ์/ท่าน ตลอดแคมเปญ

DLTV 2
ดู

DLTV 2

Event 2
ดู

Event 2

Moto GP
ดู

Moto GP

สอนศาสตร์ ม.ต้น ติวพร้อมก่อนสอบ 65
ดู

สอนศาสตร์ ม.ต้น ติวพร้อมก่อนสอบ 65

ชาวเน็ตแห่คอมเมนต์แซวพรี่เต้ มงคลกิตติ์ เรื่องนิวเคลียร์ด้วยเกม Red Alert 2
อ่าน

ชาวเน็ตแห่คอมเมนต์แซวพรี่เต้ มงคลกิตติ์ เรื่องนิวเคลียร์ด้วยเกม Red Alert 2

ข่าวนี้น่าจะเรียกว่าเป็นสีสันในช่วงก่อนเลือกตั้งทั่วไป ที่จะมีขึ้นในประเทศไทยวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ครับ โดย "พรี่เต้" มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคทางเลือกใหม่ได้โพสต์ข้อความในช่วงเช้าที่ผ่านมาลงช่องทางโซเชียลมีเดียของตนเองว่า "นิวเคลียร์ ตลาดมืดยุโรป ลูกละ 100 ล้านบาท ขนาด 23 กก. พกพาได้ ตั้งเวลาได้ แรงระเบิดขนาด 1 กิโลตัน รัศมีทำลาย 400 เมตร รุ่น RA-115 ติดหัวรบนิวเคลียร์ ของสหภาพโซเวียต มีในตลาด 80 ลูก" ซึ่งทันทีที่โพสต์ถูกเผยแพร่ออกไปก็มีชาวเน็ตจากทั่วทุกสารทิศเข้ามาคอมเมนต์แซวเจ้าตัวกันมากมาย แต่ที่สะดุดตาสุดเห็นจะเป็นคอมเมนต์ที่แปะภาพจากเกม Command Conquer: Red Alert 2 และ Command Conquer: Yuri's Revenge ที่เป็นเกมแนววางแผนยอดฮิตยุคต้นทศวรรรษ 2000 นั่นเอง ตามรูปด้านล่างเลยเผื่อใครงงว่าไวรัลนี้มีที่มาจากเรื่องไหน ต้องอธิบายว่าเมื่อประมาณ 2 วันก่อน ทางพรี่เต้ มงคลกิตติ์ ได้เสนอไอเดียใหม่เกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา โดยโพสต์ว่า "นิวเคลียร์ ลูกละราคาต่ำๆ 640 ล้านบาท ไทย สามารถมีได้ ถึง 10 ลูก ถ้ามี นายกรัฐมนตรี ชื่อ เต้ มงคลกิตติ์" ซึ่ง ณ เวลานั้นก็มีชาวเน็ตเข้าไปคอมเมนต์แซว หรือคอมเมนต์เชิงติดตลกกันไม่น้อยทีเดียวส่วนพรี่เต้จะได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของไทยหรือไม่นั้น อยู่ที่ผลการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ครับแปลและเรียบเรียงจากhttps://www.facebook.com/ajanmongkolkit/posts/pfbid02BxkbkzLpbEWsp2uFy17NLJBvL83HmrPHBCwtmqYnnt5CAHMpCFK6ZCS2Jkawk2C5l

MMM แจกข่าวดีผถห. เคาะปันผลสองเด้ง ติดสปีดธุรกิจโตแรง
อ่าน

MMM แจกข่าวดีผถห. เคาะปันผลสองเด้ง ติดสปีดธุรกิจโตแรง

#MMM #ทันหุ้น – MMM แจกข่าวดี เตรียมชงผู้ถือหุ้นเคาะจ่ายปันผล 0.10 บาท ควบปันผลหุ้น 10:1 (พาร์ 0.50 บาท) พร้อมขึ้น XD 25 ธันวาคมนี้ จ่ายจริง 6 กุมภาพันธ์ 2569 ขณะที่เกมรุกหลังย้ายเข้า mai ยังเดินหน้าไม่หยุด ล่าสุดลงนามจับมือ ทรัพย์พล กรุ๊ป รับบริหารงานขายโครงการมูลค่ารวม 1,195 ล้านบาท หนุนพอร์ตแกร่ง            นางสาวณิชา  โรจน์วัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็มเอ็มเอ็ม แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MMM  ผู้นำด้านตัวแทนการขายอสังหาริมทรัพย์ ภายใต้การให้บริการที่ปรึกษาด้านการขายและการตลาดแก่ผู้ประกอบการพัฒนาอสังหา และซื้อขายอสังหา แบบครบวงจร เปิดเผยว่า เตรียมเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินปันผลสำหรับงวดปี 2568 โดยแบ่งเป็น เงินปันผลเป็นเงินสด 0.10 บาทต่อหุ้น และ ปันผลเป็นหุ้น ในอัตรา หุ้นเดิม 10 หุ้นต่อ 1 หุ้นปันผล มูลค่าที่ตราไว้ 0.50 บาทต่อหุ้น พร้อมกำหนดวันขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 25 ธันวาคม 2568เล็งจ่ายปันผล ทั้งนี้ บริษัทจะนำเสนอเพื่อขออนุมัติในที่ประชุมผู้ถือหุ้นวันที่ 22 มกราคม 2569 และกำหนดจ่ายปันผลวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ขณะเดียวกัน บริษัทส่งสัญญาณการขยายงานต่อเนื่องหลังย้ายจาก LiVEx เข้าซื้อขายในตลาด mai โดยมีความคืบหน้าการรับงานบริหารการขายโครงการอสังหาริมทรัพย์ทั้งแนวราบและแนวสูงจากผู้ประกอบการหลายราย รวม 4 ดีล ภายในระยะเวลาราว 1 เดือนที่ผ่านมา และตลาดจับตาผลประกอบการงวดปี 2568 ที่เตรียมประกาศ ซึ่งอาจสะท้อนการรับรู้รายได้จากงานใหม่ดังกล่าวเพิ่มเติม ล่าสุด บริษัทได้ลงนามสัญญาเพื่อบริหารงานขายโครงการ ร่วมกับ บริษัท ทรัพย์พล กรุ๊ป จำกัด เพื่อให้ MMM เข้าไปบริหารงานขายโครงการดังกล่าว ซึ่งมีมูลค่ารวม 1,195 ล้านบาท จำนวน 217 ยูนิต  แบ่งการดำเนินงานเป็น 5 เฟสเซ็นสัญญาใหม่ โดยบริษัท MMM จะทยอยเข้าทำสัญญาและวางหลักประกันเป็นรายเฟส โดยเริ่มจากเฟสแรก จำนวน 31 ยูนิต มูลค่าประมาณ 170 ล้านบาท หลังจากที่ MMM ประสบความสำเร็จในการเข้าบริหารโครงการให้กับ“ทรัพย์พล กรุ๊ป” ไปแล้ว 1 โครงการในช่วงก่อนหน้านี้ และจากความสำเร็จดังกล่าวส่งผลให้ทาง “ทรัพย์พล กรุ๊ป” ให้ความไว้วางใจต่อ MMM จึงทำให้เกิดความร่วมมือในการเซ็นสัญญาในครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นโครงการที่ 2 ที่ MMM ได้เข้าไปบริหารการขาย ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างความร่วมมือทางธุรกิจและเพิ่มศักยภาพในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ตามกลยุทธ์ที่บริษัทวางไว้ 

แนะนำมือถือเปิดตัวใหม่น่าใช้ประจำเดือน ธันวาคม 2568
อ่าน

แนะนำมือถือเปิดตัวใหม่น่าใช้ประจำเดือน ธันวาคม 2568

ส่งท้ายปลายปี 2568 ที่ปีนี้ตลาดมือถือจัดว่าเดือดทะลุปรอท โดยเฉพาะสมาร์ตโฟนหน้าจอพับได้ที่ปีนี้เริ่มได้รับเสียงตอบรับมากขึ้นอย่างมาก ทำให้หลายแบรนด์หันมาพัฒนาอย่างจริงจังตามหลังค่ายจากเกาหลีที่ออกตัวแรง แซงไปหลายทางโค้งแล้ว จนมียอดขายนำหน้าไปไกลแล้ว แต่กลับมาที่เรื่องมือถือเปิดตัวใหม่ในเดือนธันวาคมของเรากันดีกว่า เดือนนี้ก็ถือว่ามีมือถือหลายรุ่นที่น่าสนใจเปิดตัวกันมาก แต่จะมีรุ่นไหนที่น่าสนใจบ้างนั้น ไปติดตามกันเลย vivo X300 Series รุ่นแรกไปดูกันที่สมาร์ตโฟนสายพันธุ์ "กล้องโทรได้" อย่าง vivo X300 Series ที่เปิดตัวพร้อมกันสองรุ่นคือ vivo X300 และ vivo X300 Pro ที่มาพร้อมเทคโนโลยีกล้องที่โดดเด่นจาก ZEISS และแต่ละรุ่นมีจุดที่น่าสนใจดังนี้ vivo X300 Pro มาดูกันที่รุ่นพี่ vivo X300 Pro กันก่อน ถ้ากำลังมองหามือถือที่มาพร้อมคำว่า "สุดจัด" ในด้านกล้องและสเปคแบบไม่เกรงใจใคร ต้องนี่เลย vivo X300 Pro ที่ยกขบวนชุดเลนส์ ZEISS ระดับโปรมาแบบครบเครื่อง เริ่มตั้งแต่กล้องหลักที่จัดเซนเซอร์ Sony LYT-828 ความละเอียด 50 ล้านพิกเซลมาให้แบบเต็มๆ ไม่นับรวมกล้องหน้าและกล้องอัลตราไวด์ที่ความละเอียด 50 ล้านพิกเซลเท่ากัน ซึ่งใช้เซนเซอร์ ISOCELL JN1 ตัวเทพอีกด้วย แต่ที่ต้องยกให้เป็นพระเอกตัวจริงของรุ่นนี้คือ กล้องเทเลโฟโต้พลังซูม 200 ล้านพิกเซล! ที่บ้าพลังใช้เซนเซอร์ ISOCELL HPB ขนาดใหญ่ถึง 1/1.4 นิ้ว รับประกันความคมชัดแบบทะลุโลก จับคู่กับระบบไฟแฟลชสว่างพิเศษเหมือนรุ่นพี่ X200 Ultra ให้ภาพถ่ายออกมาสวยมีมิติ ไม่ว่าจะซูมไกลแค่ไหนก็คมกริบ ไม่ต้องกลัวภาพแตก นอกจากนี้ยังมอบประสบการณ์ภาพและเสียงระดับพรีเมียมผ่านหน้าจอ AMOLED ขนาด 6.78 นิ้ว ที่มาพร้อมเทคโนโลยี 8T LTPO และวัสดุ Q10 Plus ให้สีสันสดใส ความละเอียดคมชัดถึง 1,260 x 2,800 พิกเซล พร้อมอัตรารีเฟรช 120Hz ที่โคตรลื่นไหล แถมยังรองรับมาตรฐาน HDR10+, HDR Vivid และ Dolby Vision เปลี่ยนมือถือของคุณให้เป็นโรงภาพยนตร์ส่วนตัวได้เลย ไม่เพียงแต่กล้องที่โหดจัด แต่เรื่องประสิทธิภาพภายในก็แรงแซงทางโค้ง ด้วยขุมพลังชิปเรือธง MediaTek Dimensity 9500 ที่ทำงานประสานกับ ชิปประมวลผลภาพ V3+ โดยเฉพาะ ทำให้การใช้งานแอปพลิเคชันหนักๆ การเล่นเกมกราฟิกโหด หรือการจัดการความร้อนเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่มีสะดุด และแน่นอนว่าช่วยให้การถ่ายภาพและวิดีโอมีคุณภาพสูงสุดแบบมืออาชีพสุดๆ ส่วนใครที่กังวลเรื่องแบตเตอรี่บอกเลยว่าลืมไปได้เลย เพราะ X300 Pro อัดแบตเตอรี่ความจุสะใจถึง 6,510mAh (เยอะกว่ารุ่นมาตรฐานอย่างเห็นได้ชัด) รองรับการชาร์จไวด้วยสาย 90W และชาร์จไร้สาย 40W เติมพลังได้ไวทันใจ ไม่ต้องกลัวแบตหมดระหว่างวัน ทั้งหมดนี้ถูกบีบอัดอยู่ในตัวเครื่องที่บางเฉียบเพียง 7.99 มม. น้ำหนักกำลังดีที่ 226 กรัม แถมยังทนทานสุดๆ ด้วยมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68 และ IP69 เรียกได้ว่า สเปคเทพขนาดนี้ ใส่ความอึด ความแรง ความสวยงามมาครบแบบไม่กั๊กจริงๆ vivo X300 Pro มีราคาเปิดตัว 39,999 บาท แต่ถ้ากำลังเบื่อมือถือจอใหญ่ยักษ์ที่ต้องใช้สองมือจับแล้วล่ะก็ ต้องหันมามอง vivo X300 ที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ "เล็กแต่แจ๋ว" โดยแท้จริง เพราะรุ่นนี้คือการพัฒนาต่อยอดมาจาก X200 Pro Mini ปีที่แล้ว ทำให้มันกลายเป็นสมาร์ทโฟนไซซ์กะทัดรัดที่อัดแน่นด้วยสเปคระดับโปรแบบไม่กั๊ก เริ่มตั้งแต่หน้าจอ AMOLED 8T LTPO ขนาด 6.31 นิ้ว ที่ใช้พาเนล Q10 Plus ของ BOE ให้ภาพคมชัดสะใจด้วยความละเอียด 2640 x 1216 พิกเซล แถมยังลื่นไหลสุดๆ ด้วยรีเฟรชเรท 120Hz สู้แดดได้สบายเพราะสว่างสูงสุดถึง 4,500 นิต! รองรับ HDR ครบเครื่อง พร้อมเซนเซอร์สแกนนิ้วมือแบบอัลตราโซนิคสุดล้ำใต้จอ นอกจากนี้ยังมาพร้อมขุมพลัง Dimensity 9500 ที่ถูกปรับจูนมาแบบก้าวกระโดด ทำให้ประสิทธิภาพ CPU แบบซิงเกิลคอร์ดีขึ้น 32% และจัดการพลังงานในงานหนักดีกว่าเดิมถึง 37% ผสานพลังกับ ชิปประมวลผลภาพ V3+ โดยเฉพาะ ทำให้การเล่นเกมและการใช้งานทั่วไปลื่นไหลไม่มีสะดุด แถมยังประหยัดพลังงานจากการใช้ NPU ได้ดีกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 56% เลยทีเดียว แต่ที่น่าทึ่งที่สุดคือกล้อง! ถึงจะตัวเล็กแต่ ชุดกล้องหลังกลับอัปเกรดความละเอียดกล้องหลักไปถึง 200 ล้านพิกเซล ใช้เซนเซอร์ ISOCELL HPB ขนาด 1/1.4 นิ้ว รูรับแสงกว้าง f/1.68 ให้ภาพคมชัดสุดๆ แถมยังมีกล้อง Telephoto ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล (เซนเซอร์ Sony LYT-602) และกล้อง Ultrawide 50 ล้านพิกเซล (เซนเซอร์ ISOCELL JN1) ที่ให้คุณภาพเดียวกับกล้องหน้า ทำให้การถ่ายภาพทุกรูปแบบออกมาเพอร์เฟกต์ ส่วนเรื่องความอึดก็หายห่วง เพราะรุ่นนี้ยัดแบตเตอรี่มาให้ถึง 6,040mAh พร้อมรองรับการชาร์จเร็วทั้งแบบมีสาย 90W และไร้สาย 40W พร้อมพอร์ต USB-C 3.2 Gen 1 ให้การโอนถ่ายข้อมูลเร็วปรื๋อ แถมยังมีมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับท็อป IP68 + IP69 ลำโพงคู่เสียงกระหึ่ม และขับเคลื่อนด้วยระบบปฏิบัติการใหม่ล่าสุด OriginOS 6 บนพื้นฐาน Android 16 เรียกว่า vivo X300 เป็นม้ามืดที่พิสูจน์ให้เห็นว่า "ขนาด" ไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุดในโลกสมาร์ทโฟนอีกต่อไป! vivo X300 มีราคาเปิดตัว 31,999 บาท iQOO 15 iQOO 15 นี่ไม่ได้มาเล่นๆ แต่มาเพื่อ "ทุบ" ทุกสถิติของวงการเกมมิ่งโฟน! พระเอกเบอร์หนึ่งคือหน้าจอ 2K Samsung Everest Display ขนาด 6.85 นิ้ว ที่ร่วมกันพัฒนากับ Samsung Display โดยเฉพาะ ซึ่งเป็นจอ 2K LEAD OLED รุ่นแรกของโลกที่ใช้พาเนลวัสดุ M14 จุดที่ทำให้ต้องอ้าปากค้างคือความสว่างสูงสุด (HDR) ที่พุ่งทะลุไปถึง 6,000 นิต! เรียกว่าสว่างขนาดนี้ ดูคอนเทนต์ HDR10+ หรือ Dolby Vision กลางแดดเปรี้ยงก็ยังเห็นชัดแจ๋ว แถมยังฉลาดสุดๆ ด้วยระบบตรวจจับแสงสามทิศทางที่ปรับความสว่างอัตโนมัติได้แม่นยำแม้ในสภาพแสงซับซ้อน นอกจากนี้ยังเอาใจสายเกมเมอร์หนักมาก ด้วยรีเฟรชเรท 144Hz และอัตราการตอบสนองการสัมผัสสูงถึง 3200Hz ให้การตอบสนองรวดเร็วเหนือแสง พร้อมเทคโนโลยีถนอมสายตา Eye Comfort 2.0 และหน้าจอกันแสงสะท้อนพิเศษ ทำให้คุณเล่นเกมได้ยาวๆ โดยไม่ต้องกลัวตาเสียหรือพลาดทุกวินาทีสำคัญ แต่ความแรงที่แท้จริงอยู่ที่ขุมพลังภายใน เพราะ iQOO 15 จัดหนักด้วยชิปเซ็ตใหม่ล่าสุด Snapdragon 8 Elite Gen 5 ที่ผลิตบนสถาปัตยกรรม 3nm สูตร All Big Core (2+6) ความเร็วประมวลผลสูงสุด 4.6GHz ประกบคู่กับหน่วยความจำ LPDDR5X Ultra (9600 Mbps) และพื้นที่เก็บข้อมูล UFS 4.1 ทำให้คะแนน AnTuTu ทะยานไปถึง 4.38 ล้านคะแนน! ไม่เท่านั้น iQOO ยังเสริมทัพด้วยชิปกราฟิก Q3 ที่พัฒนาเอง พร้อมเทคโนโลยี Ray Tracing, Super Resolution และ Frame Boost ให้คุณรันเกม AAA ความละเอียด 2K ที่ 144fps ได้แบบเต็มสูบ ไม่ต้องกลัวร้อน เพราะมีระบบระบายความร้อน Ice Dome Cooling System ที่มาพร้อมแผ่น VC ขนาดใหญ่และกราไฟต์สองชั้น ครอบคลุมพื้นที่กว่า 14,000 ตร.มม. ซึ่งเคลมว่าเล่น Genshin Impact ต่อเนื่อง 1 ชั่วโมง เครื่องยังร้อนสูงสุดแค่ 39.3C เท่านั้น! แบตเตอรี่ก็อึดถึง 7,000mAh พร้อมชาร์จไว 100W (มีสาย) และ 40W (ไร้สาย) แถมยังมีโหมด Direct Power Supply ลดความร้อนขณะชาร์จไปเล่นเกมไปได้อีก นอกจากนี้ยังมาพร้อมกล้องหลังที่อัปเกรดแบบยกชุด ทั้งกล้องหลัก 50MP เซนเซอร์ Sony IMX921 พร้อม OIS และกล้อง Periscope Telephoto 50MP ที่ซูมดิจิทัลได้ถึง 100 เท่า โดยใช้ระบบเลนส์สามชั้น Prisma M-shaped และ Large Model AI Enhancement ช่วยให้ภาพถ่ายของคุณคมชัดและสวยสดแบบโปร บอกเลยว่า iQOO 15 เครื่องนี้คือ "สัตว์ประหลาด" ที่เกิดมาเพื่อครองบัลลังก์เกมมิ่งโฟนอย่างแท้จริง! iQOO 15 ราคาเปิดตัวเริ่มต้นที่ 29,900 บาท Poco F8 Series อีกหนึ่งซีรีส์ที่น่าสนใจซึ่งเปิดตัวในช่วงเดือนที่ผ่านมาคือ Poco F8 Series ที่ประกอบไปด้วย Poco F8 Ultra และ Poco F8 Pro ซึ่งเป็นตระกูลที่คนชอบความคุ้มต้องหลงรักเช่นเคยครับ เพราะเป็นรุ่นที่ไม่กั๊กสเปกในราคาสบายกระเป๋า โดยมีจุดที่น่าสนใจดังนี้เลย POCO F8 Pro มาแล้ว! POCO F8 Pro สมาร์ทโฟนที่เกิดมาเพื่อสายคุ้มค่าและสาย Performance โดยแท้จริง! ดีไซน์ภายนอกถือว่ากินขาด ด้วยหน้าจอ AMOLED ขอบแบนขนาด 6.59 นิ้ว อัตรารีเฟรช 120Hz ที่มาพร้อมความสว่างสูงสุดเฉพาะจุดถึง 3,500 นิต ใช้พาเนล M10 ระดับพรีเมียม ให้ภาพคมชัดสีสันจัดจ้านสะใจ พร้อมกับตัวเครื่องที่ถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน ด้วยฝาหลังกระจกขึ้นรูปชิ้นเดียว ผสานกับเฟรมตัวเครื่องที่มีมุมโค้งมนเล็กน้อย ทำให้สัมผัสในการจับถือดีกว่าเดิมมาก น้ำหนักเบาเพียง 199 กรัม และบางแค่ 8 มม. มีให้เลือกถึงสามสีสุดเท่ ทั้ง Titanium Silver, Blue และ Black แถมยังปลดล็อกได้รวดเร็วทันใจด้วยเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบอัลตราโซนิกใต้หน้าจอเลยทีเดียว ส่วนเรื่องความแรงนั้นไม่ต้องเป็นห่วง เพราะ POCO F8 Pro เลือกใช้ชิปเซ็ตเรือธงตัวแรงแห่งปีอย่าง Snapdragon 8 Elite ที่กวาดคะแนน AnTuTu ไปได้กว่า 3.2 ล้านคะแนน! ประสิทธิภาพระดับนี้เปิดเกม AAA ที่ความละเอียดสูงก็ทำได้สบายๆ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความร้อน เพราะมีระบบระบายความร้อนสุดล้ำ 3D Triple-layer IceLoop cooling system ที่เคลมว่าระบายความร้อนได้ดีกว่าเดิมถึง 40%! นอกจากจะแรงแล้วยังโคตรอึด ด้วยแบตเตอรี่ความจุ 6,210mAh ที่ POCO กล้าเคลมว่าสามารถใช้งานโทรสายสนทนาต่อเนื่องได้นานกว่า 56 ชั่วโมง และถ้าแบตหมดก็หายห่วง เพราะมีเทคโนโลยี 100W HyperCharge ที่ชาร์จจาก 1% ถึง 50% ได้ในเวลาเพียง 16 นาทีเท่านั้น! แถมยังใจดีให้ชาร์จย้อนกลับได้อีก 22.5W ปิดท้ายด้วยชุดกล้องหลัง 3 ตัว นำโดยกล้องหลัก 50MP (เซนเซอร์ Light Fusion 800 พร้อม OIS) กล้อง Telephoto 50MP ที่ซูมแบบ Lossless ได้ถึง 5 เท่า และกล้อง Ultrawide 8MP มุมมอง 120 องศา เรียกได้ว่า POCO F8 Pro เป็นมือถือที่ "ครบเครื่อง แรงเร็ว และแบตอึด" ที่สุดอีกรุ่นในตลาดตอนนี้! Poco F8 Pro เปิดตัวด้วยราคา 17,990 บาท POCO F8 Ultra บอกเลยว่า POCO F8 Ultra เกิดมาเพื่อเป็นราชาแห่งความแรงและพรีเมียมตัวจริง! ถึงแม้จะเป็นร่างที่รีแบรนด์มาจาก REDMI K90 Pro Max แต่สเปคที่ยกมาคือจัดเต็มแบบไม่มีกั๊ก ด้วยดีไซน์ใหม่ที่หรูหราสะดุดตา มีให้เลือกสองสีสุดคลาสสิกอย่าง Denim Blue และ Black ส่วนหน้าจอคือที่สุดของความฟิน ด้วยพาเนล AMOLED ขนาดใหญ่ถึง 6.9 นิ้ว อัตรารีเฟรช 120Hz เพื่อการเล่นเกมและเสพคอนเทนต์ที่ลื่นไหลระดับเทพ ความสว่างของหน้าจอก็สุดขั้ว โดยความสว่างสูงสุดเฉพาะจุดพุ่งไปถึง 3,500 นิต และสว่างทั่วทั้งจอที่ 2,000 นิต แถมยังรองรับมาตรฐาน HDR10+ และ Dolby Vision ครบเครื่อง ให้คุณดื่มด่ำกับสีสันที่สดใสและคอนทราสต์ที่สมจริงในทุกสภาพแสง หัวใจหลักที่ทำให้ F8 Ultra ลื่นไหลราวสายน้ำคือชิปเซ็ตเรือธงตัวใหม่ล่าสุด Snapdragon 8 Elite Gen 5 ที่มีความเร็วประมวลผลสูงถึง 4.6GHz ซึ่งเมื่อทำงานร่วมกับหน่วยความจำมาตรฐาน LPDDR5X และ UFS 4.1 ระดับท็อป ก็พร้อมชนกับทุกเกมและทุกแอปพลิเคชันที่ต้องใช้การเรนเดอร์หนักๆ ได้อย่างสบายๆ แถมยังเสริมทัพด้วยชิปประมวลผลภาพ VisionBoost D8 ที่ช่วยให้กราฟิกภายในเกมไหลลื่นและแสดงผลภาพแบบ HDR ได้ดียิ่งขึ้นไปอีกขั้น! ส่วนเรื่องกล้องก็ไม่น้อยหน้า จัดกล้องหลังมาให้ถึง 3 ตัว ความละเอียด 50MP ทั้งหมด นำโดยกล้องหลักเซนเซอร์ Light Fusion 950 พร้อม OIS และกล้อง Periscope Telephoto ที่ซูมออปติคัลได้ไกลถึง 5 เท่า ให้ภาพถ่ายคมชัดทุกระยะ ปิดท้ายด้วยแบตเตอรี่สุดอึด 6,500mAh พร้อมชาร์จเร็วสะใจทั้งแบบมีสาย 100W และไร้สาย 50W แถมยังมีมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP68 รองรับ Wi-Fi 7 และ Bluetooth 5.4 ครบถ้วนทุกการเชื่อมต่อ ไม่ว่าจะมองมุมไหน POCO F8 Ultra ก็คือสมาร์ทโฟนระดับ Ultra ที่เกิดมาเพื่อครองใจเกมเมอร์และสายพรีเมียมอย่างแท้จริง! POCO F8 Ultra เปิดตัวด้วยราคา 24,990 บาท HONOR X9d 5G HONOR X9d 5G มือถือที่ไม่ได้เน้นแค่ความสวย แต่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ "โคตรทน" ชนิดที่ว่าเครื่องอื่นทำไม่ได้! ดีไซน์ภายนอกยังคงเอกลักษณ์โมดูลกล้องทรงกลมอันโดดเด่น มีให้เลือกสามสีสุดยั่ว ทั้ง Reddish Brown, Sunrise Gold และ Midnight Black แต่ความลับที่แท้จริงอยู่ที่ความแกร่งระดับมหากาฬ ด้วยการออกแบบที่เน้นความทนทานเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นกระจกกันกระแทกแบบหลายชั้น (Multilayer Cushioning Design) ที่เสริมชั้นดูดซับแรงกระแทกเข้าไปอีก ทำให้เครื่องนี้ได้รับการรับรอง Triple-resistant จาก SGS พร้อมรับมือกับการตกจากที่สูงถึง 2.5 เมตร! แถมยังเป็นมือถือสายลุยที่แท้ทรู เพราะมาพร้อมมาตรฐาน IP6X ป้องกันฝุ่นละเอียดระดับทรายและฝุ่นก่อสร้างได้อย่างสมบูรณ์แบบ และที่พีคกว่าคือมาตรฐาน IPX9K ที่ทนต่อการกระเซ็นของน้ำ ฝน และน้ำแรงดันสูงได้สบายๆ ทำให้คุณพกพาไปลุยได้ทุกสถานการณ์โดยไม่ต้องกังวล นอกจากจะอึดถึกทนแล้ว สเปคภายในก็จัดเต็มแบบไม่ยอมใคร เริ่มจากหน้าจอ AMOLED ความละเอียด 1.5K ขนาด 6.79 นิ้ว ที่มีขอบบางเฉียบเพียง 1.3 มม. ให้พื้นที่การมองเห็นแบบเต็มตา ที่สำคัญคือความสว่างสูงสุดของหน้าจอที่พุ่งทะลุไปถึง 6,000 นิต! พร้อมเทคโนโลยี HONOR Eye Comfort Display ทำให้การใช้งานกลางแจ้งหรือดูคอนเทนต์ HDR เป็นไปอย่างคมชัด สดใส และสบายตา ส่วนขุมพลังมาจากชิปเซ็ตใหม่ล่าสุด Snapdragon 6 Gen 4 (4nm) ที่ทั้งแรงขึ้น 11% (CPU) และ 29% (GPU) แถมยังทำงานร่วมกับระบบระบายความร้อน VC Ice ของ HONOR ที่จัดการความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนแบตเตอรี่คือไฮไลท์ที่ต้องปรบมือให้ดังๆ เพราะให้ความจุมาถึง 8,300mAh! ที่ HONOR กล้าเคลมว่าสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องสูงสุดถึง 3 วัน โดยที่แบตเตอรี่จะไม่เสื่อมประสิทธิภาพในระยะเวลา 6 ปี พร้อมชาร์จเร็ว 66W HONOR Supercharge นอกจากนี้ชุดกล้องหลัง 108MP พร้อม OIS และฟีเจอร์ AI สุดล้ำ ไม่ว่าจะเป็น AI Eraser, AI Eyes Open และ AI Cutout ก็พร้อมเปลี่ยนคุณให้เป็นโปรด้านการถ่ายภาพได้อย่างง่ายดาย ทำให้ HONOR X9d 5G เป็นมือถือที่ครบเครื่องทั้งความทนทานสุดขั้ว ประสิทธิภาพที่ลื่นไหล และแบตเตอรี่ที่อึดระดับตำนาน! HONOR X9d 5G เปิดตัวด้วยราคา 11,990 บาท realme C85 5G อีกหนึ่งรุ่นที่เหมาะสำหรับคนที่กำลังมองหามือถือที่ไม่ได้แค่ "อึด" แต่คือ "โคตรอึดระดับตำนาน" แถมแบตเตอรี่ก็มหาศาลใช้ได้ข้ามวันข้ามคืน ต้องกรี๊ดให้กับ realme C85 5G ตัวนี้เลย! เริ่มกันที่หน้าจอ LCD ขนาด 6.8 นิ้ว ที่มาพร้อมรีเฟรชเรท 144Hz ลื่นไหลไม่แพ้ใคร แถมยังสู้แดดได้สบายเพราะความสว่างสูงสุดถึง 1,200 นิต พร้อมเทคโนโลยี DC Dimming ช่วยถนอมสายตาให้คุณเล่นได้ยาวๆ สิ่งที่ทำให้รุ่นนี้โดดเด่นแบบไร้คู่แข่งคือความทนทานสุดขั้ว เพราะมันผ่านมาตรฐานกันกระแทกระดับทหาร MIL-STD 810H! ไม่ว่าจะตกกระแทกก็รอด แถมยังกันน้ำกันฝุ่นจัดเต็มทั้ง IP69K, IP69, IP68 และ IP66 จะโดนฝน โดนละอองน้ำ หรือจะเผลอทำตกน้ำลึก 6 เมตรนาน 30 นาที ก็ยังใช้งานได้ต่อ! สำหรับแบตเตอรี่ก็จัดหนักด้วยความจุ 7,000mAh ที่ realme เคลมว่าถ้าใช้งานไปแล้ว 12 ชั่วโมง แบตเตอรี่ยังเหลือถึง 50% และรับประกันอายุการใช้งานยาวนานถึง 6 ปี! พร้อมรองรับชาร์จไว 45W และมีระบบ Bypass Charging ที่ช่วยลดความร้อนขณะเล่นเกมไปชาร์จไป และยังสามารถใช้ชาร์จย้อนกลับให้อุปกรณ์อื่นได้อีก 6.5W เรียกได้ว่าอึด แกร่ง และใจกว้างสุดๆ ไปเลย ส่วนประสิทธิภาพการทำงานนั้นหายห่วง ด้วยขุมพลังชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 6300 ที่พร้อมให้คุณใช้งานแอปพลิเคชันต่างๆ ได้อย่างราบรื่น จับคู่กับ RAM 8GB และพื้นที่จัดเก็บข้อมูลสูงสุด 256GB ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ realme UI 6.0 บนพื้นฐาน Android 15 ในส่วนของกล้องก็ไม่น้อยหน้า ถึงแม้จะมีกล้องหลังตัวเดียวความละเอียด 50MP เซนเซอร์ Sony IMX852 แต่ก็ให้ภาพที่คมชัดสวยงามเกินราคา พร้อมกล้องหน้า 8MP และรองรับการถ่ายวิดีโอ 1080p ที่ 30fps แถมยังมาพร้อมฟีเจอร์ AI สุดล้ำ AI Edit Genie เหมือนกับรุ่นพี่ ทำให้คุณสามารถแก้ไขรูปภาพด้วย AI ได้อย่างครบครัน จะลบวัตถุที่ไม่ต้องการ หรือปรับภาพให้ดูดีขึ้นก็ทำได้ง่ายๆ ในพริบตา นอกจากนี้ยังมาพร้อมลำโพงเดี่ยวที่รองรับการเพิ่มเสียงระดับ 400% และเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ปุ่มข้างตัวเครื่อง ทำให้ realme C85 5G เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการสมาร์ทโฟนที่ทั้งอึด ถึก ทน และแบตเตอรี่อยู่ได้นานจนลืมที่ชาร์จไปเลย! realme C85 5G เปิดตัวด้วยราคา 6,999 บาท HUAWEI nova 14 Series HUAWEI nova 14 Series ก็เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วเช่นกัน โดยเปิดตัวมาทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่ HUAWEI nova 14 Ultra, nova 14 Pro และ nova 14 แต่สำหรับในไทยจะมีวางจำหน่ายเฉพาะ 2 รุ่นหลังเท่านั้น โดยมีจุดเด่นด้านดีไซน์ที่สวยหรูดูพรีเมียม และด้านการถ่ายภาพอันเป็นจุดเด่นของค่ายนี้อยู่แล้ว ซึ่งแต่ละรุ่นมีรายละเอียดดังนี้ HUAWEI nova 14 Pro HUAWEI nova 14 Pro รุ่นนี้กลับมาเขย่าวงการสมาร์ทโฟนอีกครั้งด้วยดีไซน์สุดล้ำและสเปคที่เน้นการถ่ายภาพและประสบการณ์พรีเมียม! ตัวเครื่องยังคงความบางเบาและโดดเด่นตามสไตล์ nova แต่สิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือหน้าจอ OLED ที่คมชัด สีสันสดใสจัดจ้านเต็มตา พร้อมอัตรารีเฟรชเรท 120Hz ที่ทำให้การปัดนิ้วหรือเล่นเกมไหลลื่นไม่มีสะดุด และแน่นอนว่ารุ่นนี้มักจะมาพร้อมเทคโนโลยี Kunlun Glass ที่ขึ้นชื่อเรื่องความทนทานต่อรอยขีดข่วนและการตกกระแทก ทำให้มือถือของคุณสวยทนทานนานกว่าใคร! ส่วนเรื่องพลังงานก็หายห่วง เพราะรุ่น Pro ย่อมมาพร้อมแบตเตอรี่ 5500mAh ที่อึดกว่าเดิมและเทคโนโลยี HUAWEI SuperCharge 100W ที่ชาร์จเร็วทันใจ ไม่ต้องรอนานให้เสียอารมณ์ และคาดว่ามาพร้อมมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นที่อัปเกรดขึ้น ให้คุณใช้งานได้อย่างมั่นใจในทุกสถานการณ์ แต่ทีเด็ดที่ทำให้สาวกโซเชียลต้องตาลุกวาวคือ ชุดกล้องหน้าที่ยกเครื่องใหม่ทั้งหมด! HUAWEI มักจะใส่กล้องหน้าแบบ Dual Camera มาในรุ่น Pro พร้อมฟีเจอร์ที่เรียกว่า "ซูมได้" ด้วยเลนส์ Ultra-wide และเทคโนโลยี Auto-Focus ที่ทำให้คุณเซลฟี่ได้อย่างคมชัดทุกระยะ 50MP+8MP แถมยังซูมภาพหมู่ได้แบบไม่ตกขอบ ส่วนกล้องหลังนั้นก็ไม่ยอมแพ้ คาดว่าจะมาพร้อมเซนเซอร์ความละเอียดสูงระดับ 50MP ขึ้นไป พร้อมระบบประมวลผลภาพ XMAGE ที่ช่วยให้ภาพถ่ายกลางคืนหรือภาพ Portrait สวยมีมิติยิ่งกว่าเดิม! ด้านขุมพลังก็คาดว่าจะใช้ชิปเซ็ต Kirin 8020 ที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดในซีรีส์นี้ ทำให้การเล่นเกมและการใช้งานแอปพลิเคชันหนักๆ เป็นไปได้อย่างราบรื่น นอกจากนี้ ระบบปฏิบัติการ HarmonyOS ก็ถูกพัฒนาให้ทำงานร่วมกับฮาร์ดแวร์ได้อย่างเต็มที่ มอบประสบการณ์การใช้งานที่รวดเร็ว ฉลาด และเชื่อมต่อกับ Ecosystem ของ HUAWEI ได้อย่างไร้รอยต่อ ทำให้ HUAWEI nova 14 Pro ไม่ใช่แค่มือถือ แต่คืออุปกรณ์คู่ใจที่พร้อมให้คุณสร้างสรรค์คอนเทนต์และใช้ชีวิตในยุคดิจิทัลได้อย่างลงตัวที่สุด! HUAWEI nova 14 Pro เปิดตัวที่ราคา 18,990 บาท HUAWEI nova 14 HUAWEI nova 14 กลับมาพร้อมความลงตัวที่ทุกคนรักในซีรีส์ nova นั่นคือดีไซน์ที่ดูดีมีสไตล์ ตัวเครื่องบางเบาจับถนัดมือ และสีสันสดใสที่สะท้อนความเป็นแฟชั่นโฟนได้อย่างชัดเจน! รุ่นนี้มาพร้อมหน้าจอคุณภาพสูงแบบ OLED ที่ให้สีสันที่สดใสและความดำที่ลึกสมจริง ขนาดกำลังดีสำหรับการใช้งานทั่วไป พร้อมอัตรารีเฟรชเรท 120Hz ทำให้การไถฟีดโซเชียลหรือดูวิดีโอเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่ติดขัด แถมยังมาพร้อมระบบปลดล็อกด้วยลายนิ้วมือใต้หน้าจอเพื่อความปลอดภัยและความสะดวกสบาย ส่วนเรื่องพลังงานก็ไว้ใจได้ ด้วยแบตเตอรี่ความจุ 5500 mAh เพียงพอต่อการใช้งานตลอดวัน พร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็ว HUAWEI SuperCharge 100W ที่จะช่วยเติมพลังกลับมาได้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องเสียเวลามานั่งเฝ้าเครื่องชาร์จนานๆ ทำให้ HUAWEI nova 14 เป็นเพื่อนร่วมทางที่พร้อมไปกับคุณได้ทุกที่อย่างมีสไตล์และไม่ต้องกังวลเรื่องแบตหมด หัวใจสำคัญของ HUAWEI nova 14 อยู่ที่ประสิทธิภาพกล้องและการประมวลผลที่ฉลาดขึ้น! คาดการณ์ว่ารุ่นนี้จะมาพร้อมกับกล้องหลังหลักความละเอียดสูงถึง 50MP ที่ใช้เทคโนโลยีการประมวลผลภาพ XMAGE อันเป็นเอกลักษณ์ของหัวเว่ย ทำให้ภาพถ่ายของคุณไม่ว่าจะเป็นวิวทิวทัศน์หรือภาพอาหารก็สวยคมชัด มีมิติ และเก็บรายละเอียดในที่แสงน้อยได้ดีเยี่ยม ส่วนกล้องหน้าก็จัดความละเอียดมาให้สูงถึง 50MP ที่เน้นการถ่ายเซลฟี่ให้ผิวสวยเนียนและเป็นธรรมชาติที่สุด ส่วนเรื่องการประมวลผลก็หายห่วง เพราะรุ่นนี้จะถูกขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Kirin 8000 ที่มอบความเร็วและความเสถียรสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการเปิดแอปพลิเคชัน การเล่นเกมเบาๆ หรือการสลับไปมาระหว่างหลายแอปพลิเคชัน ก็ทำได้อย่างราบรื่นไม่มีสะดุด ด้วยระบบปฏิบัติการ HarmonyOS ที่ได้รับการปรับปรุงให้ใช้งานง่ายและปลอดภัย ทำให้ HUAWEI nova 14 เป็นสมาร์ทโฟนที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ต้องการความสมดุลระหว่างแฟชั่น ประสิทธิภาพกล้องที่เชื่อถือได้ และความคุ้มค่าอย่างลงตัว! HUAWEI nova 14 เปิดตัวที่ราคา 14,990 บาท Infinix HOT 60i 5G Infinix Hot 60i 5G เปิดตัวมาเขย่าตลาดด้วยราคาสุดเบาหวิว แต่สเปคที่ให้มานั้นเกินราคาไปมากโขเลยทีเดียว! หัวใจหลักคือการประมวลผลด้วยชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 6400 5G ที่ทำให้การใช้งานไหลลื่นไม่มีสะดุด รองรับสัญญาณ 5G ได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเล่นเกม ดูวิดีโอ หรือสลับแอปพลิเคชันก็ทำได้อย่างรวดเร็วทันใจ นอกจากความแรงแล้ว สิ่งที่ทำให้รุ่นนี้โดดเด่นคือ แบตเตอรี่ความจุ 6,000mAh ที่อึดแบบสุดๆ Infinix เคลมว่าสามารถโทรสนทนาได้นานกว่า 41 ชั่วโมงต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง! และแม้จะรองรับการชาร์จ 18W แต่อย่างน้อยก็มีฟีเจอร์ชาร์จย้อนกลับผ่านสายให้เพื่อนๆ ได้อีกด้วย ตัวเครื่องมาพร้อมดีไซน์ฝาหลังที่ดูพรีเมียมเกินราคา แถมยังมีความทนทานต่อฝุ่นและน้ำในระดับ IP64 ให้คุณใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจ ไม่ต้องกลัวละอองน้ำหรือฝุ่นเข้า ส่วนประสบการณ์การใช้งานก็จัดเต็มไม่แพ้กัน ด้วยหน้าจอ IPS LCD ขนาด 6.75 นิ้ว ที่มาพร้อมอัตรารีเฟรชเรทสูงถึง 120Hz ทำให้ทุกการปัดและการสัมผัสเป็นไปอย่างสมูทและรวดเร็ว แม้ว่าความละเอียดจะเป็น HD+ แต่ก็ให้ความสว่างสูงสุดที่ 670 นิต ทำให้ใช้งานกลางแจ้งได้ในระดับที่น่าพอใจ ดีไซน์กล้องหน้าแบบติ่งหยดน้ำ พร้อมกล้องหน้า 5MP และกล้องหลังความละเอียด 50MP รูรับแสง f/1.6 ที่มีโหมดถ่ายภาพและฟีเจอร์ AI ช่วยแก้ไขรูปภาพให้สวยงามอย่างครบครัน ที่สำคัญคือให้หน่วยความจำมาถึง RAM 8GB และพื้นที่จัดเก็บข้อมูลถึง 256GB ซึ่งสามารถเพิ่ม microSD Card ได้สูงสุดถึง 2TB เลยทีเดียว พร้อมพอร์ตหูฟัง 3.5 มม. ที่ยังคงมีมาให้ และระบบปฏิบัติการ XOS 15.1 บนพื้นฐาน Android 15 ทำให้ Infinix Hot 60i 5G เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากๆ สำหรับคนที่ต้องการมือถือ 5G สเปคดี แบตอึด และราคาคุ้มค่าที่สุดในงบประมาณห้าพันนิดๆ! Infinix Hot 60i 5G เปิดตัวที่ราคา 5,199 บาท Samsung Galaxy Tab A11+ 2025 และปิดท้ายด้วยแท็บเล็ตโทรได้อย่าง Samsung Galaxy Tab A11+ ที่บอกเลยว่านี่ไม่ใช่แค่แท็บเล็ตธรรมดา แต่เป็นมัลติฟังก์ชันสุดคล่องตัวที่สามารถ โทรออก รับ-ส่ง SMS และ OTP ได้ครบจบในเครื่องเดียว เหมือนเป็นมือถือจอใหญ่เลยทีเดียว! ดีไซน์ตัวเครื่องก็ทำออกมาได้พรีเมียมทันสมัย บางเบา พกพาสะดวก พร้อมหน้าจอใหญ่เต็มตาถึง 11 นิ้ว เพื่อการเรียน การทำงาน และความบันเทิงที่เต็มอิ่ม ส่วนเรื่องความอึดนั้นหายห่วง เพราะรุ่นนี้จัดแบตเตอรี่ความจุสูงถึง 7,040mAh มาให้ใช้งานกันยาวๆ ต่อเนื่องไม่ต้องกังวลเรื่องแบตหมด แถมยังรองรับระบบชาร์จเร็ว 25W Fast Charging ที่ช่วยลดเวลาในการรอชาร์จไปได้เยอะมาก ที่สำคัญที่สุดคือ Samsung ใจป้ำสุดๆ ด้วยการ รับประกันอัปเดตซอฟต์แวร์ (OS) สูงสุดถึง 7 เวอร์ชัน และอัปเดตความปลอดภัยต่อเนื่องนานถึง 7 ปี! มั่นใจได้เลยว่าซื้อไปแล้วจะใช้งานได้ยาวนานหลายปีแบบไม่ตกเทรนด์แน่นอน Galaxy Tab A11+ ไม่ได้มีดีแค่ความอึดและอายุยืนยาวเท่านั้น แต่ยังอัดแน่นด้วยฟีเจอร์ระดับเรือธงที่พร้อมยกระดับประสบการณ์การใช้งานแท็บเล็ตของคุณไปอีกขั้น! ตัวเครื่องทำงานบน One UI 8 บนพื้นฐาน Android 16 ตั้งแต่แกะกล่อง พร้อมรองรับฟีเจอร์เด็ดอย่าง Samsung DeX รุ่นล่าสุด ที่เปลี่ยนแท็บเล็ตให้กลายเป็นหน้าจอเดสก์ท็อปเพื่อการทำงานแบบมัลติทาสก์ที่ง่ายและมีประสิทธิภาพกว่าเดิมหลายเท่า นอกจากนี้ยังตามเทรนด์ AI ได้ทัน ด้วยการใส่ฟีเจอร์สุดล้ำอย่าง Gemini และ Circle to Search with Google มาให้ใช้ได้ทันที เพิ่มความสะดวกสบายในการค้นหาและจัดการข้อมูลได้อย่างฉลาดขึ้นไปอีกขั้น! ไม่ว่าจะเป็นการเรียน การทำงาน หรือความบันเทิง รุ่นนี้ก็พร้อมจัดเต็มให้คุณแบบเต็มอรรถรส ด้วยอัตรารีเฟรชหน้าจอ 90Hz ที่ลื่นไหล และระบบลำโพงถึง 4 ตัว ให้เสียงรอบทิศทางเต็มอิ่มทุกการรับชมและเล่นเกม ด้วยสเปคที่ครบเครื่องขนาดนี้ พร้อมราคาที่คุ้มค่าและโปรโมชันเปิดตัวสุดพิเศษ บอกเลยว่านี่คือแท็บเล็ตที่ตอบโจทย์ชีวิตยุคใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุดแล้ว! Samsung Galaxy Tab A11+ เปิดตัวด้วยราคา 9,990 บาท (5G) และ 7,990 บาท (Wi-Fi) และย้ำอีกเช่นเคย ใครที่สนใจรุ่นไหน สามารถไปสัมผัสเครื่องจริงพร้อมส่วนลดโดนใจกันได้ที่ True Shop ทุกสาขาใกล้บ้านเลย สำหรับวันนี้ก็ต้องขอจบการแนะนำเพียงเท่านี้ จนกว่าจะพบกันใหม่ สวัสดีครับ :)

เปิดมุมมอง 3 โบรกฯ ส่องกลยุทธ์ลงทุน พร้อมเสิร์ฟหุ้นเด่นวันนี้
อ่าน

เปิดมุมมอง 3 โบรกฯ ส่องกลยุทธ์ลงทุน พร้อมเสิร์ฟหุ้นเด่นวันนี้

#ทันหุ้น – บล.ฟินันเซียไซรัส มองแนวโน้มตลาดวันนี้ คาดว่า SET Index จะแกว่งตัวในกรอบ 1,250-1,265 จุด โดยยังคงต้องจับตาแนวรับสำคัญ Low ล่าสุดบริเวณ 1,250+- จุดว่ายังสามารถยืนเหนือได้ต่อเนื่องหรือไม่ ส่วนสัปดาห์นี้จะมีตัวเลขเศรษฐกิจออกมามากขึ้น ทั้งตัวเลข PMI ภาคการผลิตจีนเดือน พ.ย. ตัวเลข ISM ภาคการผลิตและบริการเดือน พ.ย. และเงินเฟ้อ PCE เดือน ก.ย. ของสหรัฐฯส่วนของไทยจะมีตัวเลขเงินเฟ้อเดือน พ.ย. คาดว่าจะเป็นปัจจัยที่กำหนดทิศทางการแกว่งตัวของดัชนี รวมถึงการประเมินโอกาสที่ Fed และ กนง. จะตัดสินใจปรับลดดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมนัดสุดท้ายของปีในเดือนนี้ ส่วนปัจจัยการเมืองในประเทศต้องติดตามว่าจะเห็นการยุบสภาเกิดขึ้นในวันที่ 12 ธ.ค. หรือไม่หากฝ่ายค้านมีการยื่นซักฟอกในการเปิดสมัยประชุม โดยอาจทำให้ตลาดเข้าโหมด Wait and See เพื่อรอผลการเลือกตั้งและการจัดตั้งรัฐบาลที่ชัดเจน เรามองว่าหุ้นที่มีประเด็นหนุนเฉพาะตัวยังมีโอกาสปรับตัวได้แข็งแรงกว่าตลาดในภาพรวมกลยุทธ์ : เลือกลงทุนในหุ้นที่โมเมนตัมกำไร 4Q25-1H26 ที่ยังแข็งแกร่งหุ้นเด่นเดือน ธ.ค. : BDMS, BTG, CBG, MAGURO, WHAUPFSSIA Portfolio : BA, BDMS, BTG, CBG, CENTEL, CPALL, KTB, MTC, WHAUPหุ้นเด่นวันนี้ : CBG• แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 50 บาท• ผู้บริหารให้ภาพว่ากัมพูชาผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และตั้งเป้าส่วนแบ่งตลาดปี 2026 เพิ่มเป็น 32% พร้อมเตรียมออกสินค้าใหม่ 12 บาท โดยตั้งเป้ารายได้ปี 2026 โต 20% y-y มาจากในประเทศ +25% ทั้งคาราบาวแดงและสุราข้าวหอม ส่วนต่างประเทศจะโตดีที่พม่าและเวียดนาม• โรงงานในกัมพูชาได้ลูกค้า OEM ที่จะทำตลาดเครื่องดื่มชูกำลัง คาดเริ่มผลิตในเดือน ธ.ค. ตลาดอัฟกานิสถานเตรียมปรับโมเดลเป็นการขายหัวเชื้อให้พันธมิตร OEM เพื่อลดต้นทุนและแข่งขันในตลาดได้ และมีแผนเตรียมกลับเข้าตลาดจีนอีกครั้ง หากทำได้ตามแผน ประมาณการกำไรสุทธิปี 2026 +2% y-y จะมี Upside 5-18%• แนวรับ 44//42.50 บาท แนวต้าน 46.50//48 บาทด้าน บล.คิงส์ฟอร์ด ประเมินแนวรับดัชนี SET วันนี้ที่ 1,240 - 1,250 แนวต้าน 1,260 - 1,270 คาดดัชนี SET ทรงตัวของผลการประชุมเฟดวันที่ 10 ธ.ค. และวันพรุ่งนี้รอผลการประชุม ครม.ในการอนุมัติ ม.ฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังภัยน้ำท่วม แนะนำทยอยซื้อ HMPRO,DOHOME,GLOBAL,TOA จากงบซ่อมแซมช่วงภัยน้ำท่วม / กลุ่มที่คาดจะได้ประโยชน์จากการปรับเกณฑ์การซื้อหุ้นคืน KBANK,TTB,KTB / เก็งกำไร AOT รอผลการเจรจาการแก้ไขสัญญาของ King Power และการขอปรับขึ้นค่าบริการ PSC• MAGURO* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 30.75 บาท) แนวโน้มผลประกอบการ 4Q68 ปรับตัวขึ้นได้ต่อ +QoQ, +YoY หนุนจากช่วง high season ด้านการเติบโต SSSG ของสาขาเดิมคาดกลับมาเป็นบวกในเดือน ธ.ค. และมีแผนการเปิดสาขาใหม่ 4 สาขา ภายในสิ้นปี ในปี 68 คาดรายได้โตเกินเป้า +30%YoY ส่วนในปี 69 ยังใช้กลยุทธ์ในการขยายแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จ โดยมีแผนขยายสาขาไม่น้อยกว่า 15 สาขา และเปิดตัวแบรนด์ใหม่ใน portfolio ตั้งเป้ายอดขาย 5 พันล้านบาท ภายในปี 2572 ด้วยอัตรากำไรขั้นต้น 50-55% ทั้งนี้ Consensus ตลาดคาดกำไรปี 68-69 ที่ 142 ล้านบาท +46%YoY และ 185 ล้านบาท +30%YoY• KLINIQ (ซื้อสะสม / ราคาเป้าหมาย 33.00 บาท) แม้กำไรสุทธิ 3Q68 จะต่ำกว่าคาดอยู่ที่ 79 ลบ. (+6%YoY, -12%QoQ ) กดดันจากการเร่งขยายสาขาและค่าใช้จ่ายในการปิด 2 สาขาที่ underperformed ขณะที่ฝั่งรายได้มีปัจจัยลบจากคุณหมอศัลยกรรมลาคลอดเต็มไตรมาส อย่างไรก็ตาม ยังคงมุมมองว่า 4Q68 นี้จะเป็นจุดสูงสุดการดำเนินงานของปี และ +YoY +QoQ โดยแม้จะมีการเปิดสาขาใหม่อีกราว3 แห่ง แต่การเปิดสาขายังน้อยกว่าใน 2Q68-3Q68 ขณะที่คาดว่ารายได้ของสาขาที่เปิดใหม่ในช่วงก่อนหน้าจะเริ่มเร่งตัวขึ้น ปัจจุบัน ประมาณการณ์กำไรสุทธิ ปี68 และ ปี69 อยู่ที่ 361 ลบ.( +12%YoY) และ 428ลบ.(+19%YoY) ตามลำดับขณะที่ บล.ดาโอ คาดการณ์ทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้ คาดว่าตลาดหุ้นไทยยังคงแกว่งตัวในกรอบแคบๆ โดยรอความชัดเจนในประเด็นทางการเมืองของไทย และปัจจัยชี้นำจากภายนอก เช่น แผนระงับสงครามรัสเซีย-ยูเครน รวมถึงผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมต่อเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นที่มีต่อรัฐบาล ประเมินกรอบดัชนีฯ สัปดาห์นี้ไว้ที่ 1242-1270 จุด จุดทดสอบดัชนีฯ ที่สำคัญคือ 1250 และ 1242 จุด ตามลำดับปัจจัยในประเทศตลาดกำลังรอดูทิศทางการเมืองของไทย เนื่องจากจะมีการประชุมสถาฯวิสามัญฯในสัปดาห์หน้า (8-11 ธ.ค.) ซึ่งอาจจะมีการพูดหรือเตรียมยื่นขออภิปรายไม่ไว้วางใจ …. เราประเมินว่า ถ้ามีการยุบสภาฯ ในเดือน ธ.ค.จะเป็นลบต่อตลาดหุ้น แต่หากฝ่ายค้านให้รัฐบาลทำงานต่อ อาจมีแรงซื้อหุ้นกลับการฟื้นฟูน้ำท่วม: วิกฤตน้ำท่วมภาคใต้เข้าสู่ช่วงการเยียวยาผู้ประสบภัย ความเสียหายทางเศรษฐกิจคาดว่าสูงถึง 23.6 พันล้านบาท ซึ่งอาจฉุดรั้งการบริโภค และเพิ่มโอกาสที่ ธปท. อาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมวันที่ 17 ธ.ค. นอกจากนี้ ยังมีการย้ายการแข่งขันกีฬาซีเกมส์หลายชนิดไปที่กรุงเทพฯ และชลบุรี เพื่อความปลอดภัยFund Flow/เงินบาท: นักลงทุนต่างชาติ ขายสุทธิในตลาดหุ้นไทยรวม (SET+MAI) 1,175 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนต่างชาติ ซื้อสุทธิในตลาดตราสารหนี้ 10,414 ล้านบาท เงินบาทเย็นวันที่ 28 พ.ย. อยู่ที่ 32.19 บาท/ดอลลาร์ โดยคาดกรอบการเคลื่อนไหวต้นสัปดาห์หน้าไว้ที่ 32.10-32.30 บาท/ดอลลาร์ ต้นทุนการระดมทุนผ่านตราสารหนี้ของไทยปรับลดลง ตามการคาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายปัจจัยต่างประเทศการประชุม OPEC+: มีการประชุมรัฐมนตรี เพื่อทบทวนภาวะตลาดน้ำมันโลกและนโยบายการผลิต แหล่งข่าวระบุว่า ซาอุดีอาระเบียอาจปรับลดราคาขายน้ำมันดิบอย่างเป็นทางการ (OSP) สำหรับลูกค้าในเอเชียงวดส่งมอบเดือน ม.ค. 2569 สู่ระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี การปรับลดราคา OSP ดังกล่าวมีสาเหตุจากคาดการณ์อุปทานน้ำมันที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากกลุ่มโอเปกพลัสได้เพิ่มเป้าหมายการผลิตน้ำมันราว 2.9 ล้านบาร์เรล/วันสหรัฐฯ ระงับรับผู้อพยพ: ปธน. โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศจะระงับการรับผู้อพยพจากกลุ่มประเทศโลกที่สามอย่างถาวร และจะยุติการมอบสวัสดิการและเงินอุดหนุนของรัฐบาลกลางทั้งหมดแก่ผู้ที่ไม่ใช่พลเมืองสหรัฐฯ รวมถึงเรียกร้องให้มีการการย้ายถิ่นฐานกลับ ซึ่งมีสาเหตุจากเจ้าหนี้สหรัฐฯ ถูกยิงโดยชาวอัฟกานิสถานในสัปดาห์ก่อนความขัดแย้งทางการทูตระหว่างจีนกับญี่ปุ่น: ความตึงเครียดในภูมิภาคเอเชียยังคงสูง โดยความขัดแย้งนี้ดำเนินมาเกือบ 1 เดือน ซึ่งเกี่ยวข้องกับถ้อยแถลงของนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ซานาเอะ ทาคาอิจิ เกี่ยวกับไต้หวันความคืบหน้า แผนสันติภาพ ยูเครน-รัสเซีย : ล่าสุด รัสเซียได้ปล่อยการโจมตีทางอากาศเข้าใส่กรุงเคียฟ อย่างหนักในช่วงข้ามคืน โดยประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี กล่าวว่า กองกำลังรัสเซียยิงขีปนาวุธประมาณ 36 ลูกและโดรนเกือบ 600 ลำ เป้าหมายหลักคือ โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและสิ่งอำนวยความสะดวกของพลเรือนเศรษฐกิจจีน: ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต (PMI) อย่างเป็นทางการของจีนในเดือน พ.ย. อยู่ที่ 49.2 ซึ่งยังคงต่ำกว่า 50 เป็นเดือนที่แปดติดต่อกัน. ดัชนีภาคที่ไม่ใช่ภาคการผลิตก็หดตัวลงสู่ระดับ 49.5. นอกจากนี้ ตลาดถูกเขย่าจากความกังวลในวิกฤตอสังหาริมทรัพย์ เมื่อ China Vanke Co. เสนอที่จะเลื่อนการจ่ายพันธบัตรในประเทศTechnical : BCH, KAMART

โจมตีสายฟ้าแลบ! Solana บน Upbit ถูกกวาดหายหลายหมื่นล้านวอน
อ่าน

โจมตีสายฟ้าแลบ! Solana บน Upbit ถูกกวาดหายหลายหมื่นล้านวอน

#Upbit #ทันหุ้น – ข้อมูลจาก The Block ได้ระบุว่า Upbit ซึ่งเป็นกระดานแลกเปลี่ยนคริปโทเคอร์เรนซีที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้ ถูกแฮ็กเป็นมูลค่าประมาณ 5.4 หมื่นล้านวอน (36.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) เมื่อช่วงเช้าตรู่ของวันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่นกระดานแลกเปลี่ยนกล่าวว่า ได้ระงับการถอนและการฝากทั้งหมด เพื่อตรวจสอบการถอนคริปโทเคอร์เรนซีที่ผิดปกติบนเครือข่าย Solana ประกาศของทางกระดานแลกเปลี่ยนระบุว่า เวลาประมาณ 04:42 น. ในเกาหลีใต้ โทเคนบางส่วนถูกถอนไปยัง Wallet ภายนอกที่ไม่ได้รับการระบุโดยแพลตฟอร์มตามประกาศของ Upbit โทเคนที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ SOL, 2Z, ACS, BONK, DOOD, DRIFT, HUMA, IO, JTO, JUP, LAYER, ME, MEW, MOODENG, ORCA, PENGU, PYTH, RAY, RENDER, SONIC, SOON, TRUMP, USDC และ WUpbit กล่าวว่าแพลตฟอร์มได้ย้ายสินทรัพย์ทั้งหมดไปยัง Cold Wallet ที่ปลอดภัยเพื่อป้องกันการโจมตีเพิ่มเติม และสามารถอายัดโทเคน LAYER มูลค่า 8.18 ล้านดอลลาร์ ได้สำเร็จ Upbit กล่าวว่าจะทำงานร่วมกับโครงการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่ออายัดสินทรัพย์ที่ถูกขโมยที่เหลือแพลตฟอร์มกล่าวเสริมว่า จะชดเชยความเสียหายต่อสินทรัพย์ของผู้ใช้โดยใช้เงินทุนสำรองของบริษัท และรับรองว่าลูกค้าจะไม่ประสบกับการสูญเสียส่วนตัวใด ๆ Upbit ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดของการโจมตีหรือจุดที่ผู้โจมตีเข้าสู่ระบบที่มา https://www.theblock.co/post/380664/upbit-suffers-37-million-hack

สะเทือนบัลลังก์! Nvidia ร่วง หลังลือ Meta หันใช้ชิป AI จาก Google
อ่าน

สะเทือนบัลลังก์! Nvidia ร่วง หลังลือ Meta หันใช้ชิป AI จาก Google

#Nvidia #ทันหุ้น สำนักข่าว CNBC รายงานว่า หุ้น Nvidia ปรับตัวลดลงในวันอังคาร หลังจากที่ The Information รายงานว่า Meta กำลังพิจารณาใช้ชิปที่ออกแบบโดย Google หุ้น Nvidia ลดลง 3% ในการซื้อขายก่อนเปิดตลาด ในขณะที่ Alphabet บริษัทแม่ของ Google ซื้อขายสูงขึ้น 2.1% เมื่อวันจันทร์ The Information รายงานว่า Meta กำลังพิจารณาใช้ Tensor Processing Units (TPUs) ของ Google ในศูนย์ข้อมูลของตนในปี 2027 นอกจากนี้ รายงานยังระบุว่า Meta อาจเช่า TPUs จากหน่วย Cloud ของ Google ในปีหน้า Google เปิดตัว TPU รุ่นแรกในปี 2018 และเดิมทีถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานภายในของตัวเองสำหรับธุรกิจ Cloud Computing นับตั้งแต่นั้นมา Google ได้เปิดตัวชิปรุ่นที่ล้ำหน้ายิ่งขึ้น ซึ่งออกแบบมาเพื่อจัดการภาระงานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยเฉพาะ TPUs เป็นชิปที่ปรับแต่งเอง และผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าสิ่งนี้ทำให้ Google ได้เปรียบคู่แข่ง เนื่องจากสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสำหรับ AI ให้กับลูกค้าได้ หาก Meta เลือกใช้ TPUs จะถือเป็นชัยชนะครั้งใหญ่สำหรับ Google และเป็นการพิสูจน์เทคโนโลยีที่อาจเกิดขึ้นได้ Nvidia ยังคงเป็นผู้นำตลาดด้วย Graphics Processing Units (GPUs) ซึ่งได้กลายเป็นฮาร์ดแวร์หลักที่รองรับการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI ขนาดใหญ่ แม้ว่าการครอบงำของ Nvidia ไม่น่าจะถูกสั่นคลอนในระยะใกล้ แต่ TPUs ของ Google ก็เข้ามาเพิ่มการแข่งขันในตลาดเซมิคอนดักเตอร์ AI ให้มากขึ้น บริษัทที่สร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI ต่างกำลังมองหาแหล่งชิปที่หลากหลายมากขึ้นเพื่อลดการพึ่งพา Nvidia Meta เป็นหนึ่งในผู้ที่ใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI มากที่สุด โดยบริษัทคาดการณ์ว่าค่าใช้จ่ายลงทุนจะอยู่ที่ระหว่าง 70,000 ล้านดอลลาร์ ถึง 72,000 ล้านดอลลาร์ ในปีนี้ ที่มา https://www.cnbc.com/2025/11/25/nvidia-shares-today-google-meta-ai-chip-report.html

Valve เปิดตัวฮาร์ดแวร์ชุดใหม่ 3 ชิ้นรวด Steam Machine, Steam Frame และ Steam Controller เตรียมขายต้นปี 2026
อ่าน

Valve เปิดตัวฮาร์ดแวร์ชุดใหม่ 3 ชิ้นรวด Steam Machine, Steam Frame และ Steam Controller เตรียมขายต้นปี 2026

ดูเหมือนว่าวันนี้ Valve ผู้สร้างเกม Half-Life และแพลตฟอร์มร้านค้า Steam จะมีเซอร์ไพรส์มาให้กับผู้เล่นเกมชาว PC กันอีกแล้ว เพราะเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายนที่ผ่านมา Valve ได้ประกาศเปิดตัวฮาร์ดแวร์ใหม่ในตระกูล Steam พร้อมกันถึง 3 ชนิด ได้แก่ Steam Machine รุ่นใหม่เอี่ยมอ่อง จอย Steam Controller รุ่นใหม่ และของเล่นชิ้นใหญ่อย่าง Steam Frame แว่น VR แบบ Standalone ทั้งหมดนี้จะเริ่มจัดส่งถึงมือผู้เล่นในช่วงต้นปี 2026 ส่วนรายละเอียดราคาและวันที่ชัดเจน จะประกาศอีกครั้งหลังปีใหม่นี้ ซึ่งในวันนี้ทาง Online-Station จะพาเพื่อน ๆ ไปชมกันว่าฮาร์ดแวร์ใหม่ ๆ เหล่านี้มีอะไรบ้าง และแต่ละเครื่องนั้นมีดีอย่างไร!Steam Machine: คืนชีพ PC สไตล์คอนโซลในรูปแบบกะทัดรัดก่อนหน้านี้ในช่วงปี 2015 ทาง Valve เคยเปิดตัวเครื่อง Steam Machine ซึ่งเป็นเกมมิ่ง PC ในรูปแบบกะทัดรัดคล้ายเครื่องคอนโซล แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จนักจนเงียบหายและเลิกทำไปในที่สุด ก่อนจะสร้างและวางขาย Steam Deck ในเวลาต่อมาวันนี้ Steam Machine กลับมาอีกครั้ง โดยมีระบบปฏิบัติการ SteamOS (มีฐานจาก Arch Linux) ซึ่งถูกปรับแต่งให้เหมาะกับการเล่นเกม Steam บนจอใหญ่ และยังใช้ Proton เพื่อให้เล่นเกมของระบบปฏิบัติการ Windows ได้ด้วยตัวเครื่องรุ่นใหม่นี้มาในดีไซน์ทรงลูกบาศก์ขนาด 6 นิ้ว (160 มม.) ที่กะทัดรัดและเงียบ ทำให้วางใต้ทีวีหรือบนโต๊ะได้สบาย ๆ นอกจากนี้ Valve ยังอวดด้วยว่า Steam Machine จะมีแรงกว่า Steam Deck ถึง 6 เท่า! และมีความจุ SSD ให้เลือกสองโมเดล ได้แก่ 514GB และ 2TB (มีช่องใส่ micro-SD ทั้งคู่)สเป็คของ Steam Machine มีดังนี้:CPU: Semi-custom AMD Zen 4 6C / 12T (สูงสุด 4.8 GHz, 30W TDP)GPU: Semi-Custom AMD RDNA3 28CUs (2.45GHz max, 110W TDP)รองรับ 4K 60 FPS (ด้วย FSR) และ Ray tracingRAM: 16GB DDR5 + 8GB GDDR6 VRAMDisplayPort 1.4 (สูงสุด 4K @ 240Hz หรือ 8K@60Hz รองรับ HDR, FreeSync)HDMI 2.0 (สูงสุด 4K @ 120Hz รองรับ HDR, FreeSync, CEC)Ethernet 1 GbpsUSB-C 10 Gbps (3.2 Gen 2)4x USB-A (2x USB 3 ด้านหน้า, 2x USB 2 ด้านหลัง)การเชื่อมต่อ: 2×2 Wi-Fi 6E, เสาสัญญาณ BT เฉพาะนอกจากนี้ Steam Machine ยังมีแถบไฟ LED ที่สามารถปรับแต่งได้เพื่อบอกสถานะต่าง ๆ ของระบบ (เช่น กำลังดาวน์โหลด หรือกำลังบูตเครื่อง เป็นต้น) และจะวางขายมัดรวมกับ Steam Controller รุ่นใหม่ (แต่ก็มีขายแยกเช่นกัน) โดยมีวิทยุ 2.4GHz ในตัวสำหรับเชื่อมต่อจอย และสามารถใช้จอยกดเปิดเครื่องได้เลยSteam Controller: จอยรุ่นอัปเกรดใหม่ ถอดแบบจาก Steam Deckจอย Steam Controller รุ่นใหม่นี้ มีการพัฒนาต่อยอดจากรุ่นเก่าในปี 2015 โดยเป็นจอยขนาดใหญ่เต็มรูปแบบ ที่รองรับทั้ง Steam Machine, Steam Frame, Steam Deck และ PC อื่น ๆ ที่รันแพลตฟอร์ม Steam ได้จุดเด่นคือรอบนี้ Valve ดีไซน์โดยใช้ Steam Deck เป็นต้นแบบ โดยเฉพาะ Trackpad ทรงสี่เหลี่ยม ที่อยู่ใต้แกน Analog ทั้งสองข้าง คล้ายกับบน Steam Deck สามารถใช้สำหรับเล่นเกมที่ไม่รองรับจอย หรือรองรับแค่บางส่วน และตัว Trackpad นี้มีระบบ Haptics แยกจากแรงสั่นที่กริปด้วยจอยตัวนี้ใช้ Analog แบบ magnetic thumbsticks รุ่นใหม่ที่แม่นยำและตอบสนองดีขึ้น มีปุ่มด้านหลัง 2 ปุ่มที่ตั้งค่าได้อิสระ และมีปุ่ม Steam/QAM เหมือนบน Deck นอกจากนี้ยังมีเซ็นเซอร์สัมผัส (Capacitive) ที่กริป ซึ่งคาดว่าใช้ในการเปิด/ปิดระบบ Gyro อย่างรวดเร็วนอกจากนี้จอย Steam Controller นั้นยังรองรับการเชื่อมต่อถึง 3 แบบ ได้แก่ Bluetooth, USB-C (เชื่อมต่อด้วยสาย) และระบบการเชื่อมต่อไร้สายมาตรฐานเฉพาะ (ของ Valve) ซึ่งแบบสุดท้ายนี้จะใช้ตัวรับสัญญาณ "Steam Controller Puck" (แถมมาให้และจับคู่กับจอยไว้แล้ว) ซึ่งเสถียรกว่า Bluetooth มี Latency ต่ำ (สูงสุด 8ms, Polling rate 4ms) และเชื่อมต่อพร้อมกันได้ 4 ตัว มีแบตเตอรี่ใช้งานได้นานกว่า 35 ชั่วโมงSteam Frame: แว่น VR Standalone เล่นได้ทั้งคลัง Steamปิดท้ายด้วยเซอร์ไพรส์ใหญ่ Steam Frame ซึ่งเป็นแว่น VR แบบ Standalone ที่ไม่ต้องเชื่อมต่อกับ PC โดยจะรันบนระบบปฏิบัติการ SteamOS และใช้ CPU Snapdragon และไฮไลท์เด็ดคือเจ้าแว่นนี้รองรับทั้งเกม VR และเกมที่ไม่ใช้ระบบ VR แปลว่าสามารถนำไปใช้เล่นเกมไหนในคลัง Steam ของเราก็ได้!ตัวแว่นมีน้ำหนักเบาเพียง 440g (รวมสายรัดและแบตเตอรี่ 21.5Wh) และมีสเปคภายในดังต่อไปนี้:CPU: Snapdragon 8 Gen 3 (4nm ARM64)RAM: 16GB Unified LPDDR5XStorage: 256GB และ 1TB (รองรับขยายความจุด้วย MicroSD ทั้งคู่)จอภาพ: เลนส์ Pancake จอ LCD คู่ ความละเอียด 2160 x 2160 ต่อข้างRefresh Rate: 72 ถึง 144HzField of View (FOV): สูงสุด 110 องศาTracking: กล้องภายนอก 4 ตัว (สำหรับ Headset และ Controller) และกล้องภายใน 1 ตัวสำหรับ Eye Tracking ซึ่งรองรับ Foveated Rendering (เรนเดอร์ชัดแค่ตรงกลางที่มอง) เพื่อลดภาระเครื่องด้วทั้งนี้ Steam Frame จะมาพร้อมกับคอนโทรลเลอร์เฉพาะ ที่รองรับ 6DoF, IMU, Finger tracking และ Haptics ตัวจอยมีปุ่มเทียบเท่าจอยเกมปกติ ใช้ Analog แบบ TMR magnetics sensors (แม่นยำสูง) ใช้ถ่าน AA และสามารถใช้งานได้นานถึง 40 ชั่วโมงโดยฮาร์ดแวร์ทั้ง 3 ชิ้น (Steam Machine, Steam Controller และ Steam Frame) จะเริ่มทยอยจัดส่งในช่วงต้นปี 2026 ในภูมิภาคที่ Steam Deck วางจำหน่ายอยู่แล้ว (สหรัฐอเมริกา แคนาดา สหราชอาณาจักร สหภาพยุโรป และออสเตรเลีย) รวมถึงภูมิภาคที่ Komodo ตัวแทนของ Steam ให้บริการด้วย (ญี่ปุ่น เกาหลี ฮ่องกง และไต้หวัน)ถือว่าเป็นการเปิดตัวที่เรียกได้ว่ายิ่งใหญ่ แต่ก็ต้องรอดูกันต่อไปว่ารอบนี้ฮาร์ดแวร์ของ Steam จะประสบความสำเร็จหรือไม่ และแต่ละเครื่องจะมีราคาเท่าไหร่กันบ้าง แต่ที่แน่ ๆ การเปิดตัวพร้อมกัน 3 เครื่องแบบนี้อาจจะเป็นนิมิตหมายที่ดีก็ได้ เพราะ Valve มีโอกาสนับถึง 3 ได้สักที!! (555+)ข้อมูลอ้างอิงจากhttps://automaton-media.com/en/news/valves-brand-new-steam-machine-is-a-gaming-pc-six-times-more-powerful-than-the-steam-deck/https://automaton-media.com/en/news/valve-announces-new-steam-controller-model-featuring-steam-deck-style-trackpads-and-proprietary-wireless-connection/https://automaton-media.com/en/news/valve-announces-new-standalone-vr-headset-steam-frame-compatible-with-both-vr-and-non-vr-games/

SET Index เปิดวันนี้ทรงตัว +3.60 – (-1.80) จุด ที่ 1,305.25 จุด -0.08%
อ่าน

SET Index เปิดวันนี้ทรงตัว +3.60 – (-1.80) จุด ที่ 1,305.25 จุด -0.08%

SET Index เปิดวันนี้ทรงตัว +3.60 - (-1.80) จุด ที่ 1,305.25 จุด -0.08%#ทันหุ้น #SET CGSI • SET Index: เราคาดการณ์กรอบ SET Index 1,300-1,320 จุด แกว่งในกรอบ ติดตามโค้งสุดท้ายของผลประกอบการณ์ 3Q25 และ ประเด็น การปิดหน่วยงานของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ หรือชัตดาวน์ ใกล้จะยุติลงหุ้นแนะนำ DOHOME มีผลประกอบการดีกว่าคาดใน 3Q25 เพราะ SGA ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนกำไรสุทธิสูงกว่าประมาณการของเรา 50% แม้ว่ายอดขายจะยังอ่อนตัวแม้ว่าการฟื้นตัวของยอดขายอาจต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง แต่เราเชื่อว่ากำไรสุทธิแตะจุดต่ำสุดใน 3Q25 ไปแล้ว และจะกลับเข้าสู่ขาขึ้นตั้งแต่ 4Q25 เป็นต้นไป(Take profit : 4.12 / Stop loss : 3.96)KTB: ผู้บริหารกล่าวว่าเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อที่ 0% และ เป้าหมายอัตรากำไรสุทธิ (NIM) ที่ 2.9-3.0% ในปี 2025 เป็นเรื่องยากที่จะบรรลุเป้าหมายดังกล่าวอย่างไรก็ดี ธนาคารกรุงไทยมุ่งมั่นที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างยั่งยืน และ ตั้งเป้าที่จะรักษาอัตราส่วนผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ในระดับสองหลักในอีกสามปีข้างหน้า(Take profit : 28.75 / Stop loss : 27.00)

โอกาสประวัติศาสตร์! 5 Altcoin ถูกมอง “ขายเกินมูลค่า” ท่ามกลางตลาดหมี
อ่าน

โอกาสประวัติศาสตร์! 5 Altcoin ถูกมอง “ขายเกินมูลค่า” ท่ามกลางตลาดหมี

#คริปโทเคอร์เรนซี #ทันหุ้น - ข้อมูลจาก Coinpedia ได้ระบุว่า ตลาดคริปโตกำลังอยู่ในช่วงตลาดหมีที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยที่ Altcoin มีการซื้อขายที่มูลค่าต่ำที่สุดเท่าที่เคยมีมา แม้จะมีการตกต่ำนี้ แต่โครงการบล็อกเชนจำนวนมากยังคงแสดงความก้าวหน้าที่แข็งแกร่งในด้านพื้นฐาน ซึ่งเป็นสัญญาณที่ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าอาจเป็นตัวแทนของการประเมินมูลค่าที่ผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ Altcoin และเป็น โอกาสสำคัญสำหรับนักลงทุนระยะยาวตามที่ Michael van de Poppe นักวิเคราะห์คริปโตกล่าว ตลาดคริปโตกำลังแสดงความคล้ายคลึงกับช่วงปี 2019–2020 ซึ่งเป็นช่วงที่ Bitcoin และ Altcoin ซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงมาก ก่อนที่จะเข้าสู่วัฏจักรตลาดกระทิงที่ยาวนานหลายปี ด้วยเงื่อนไขทางเศรษฐกิจมหภาคที่กำลังเปลี่ยนแปลง รวมถึงการคาดการณ์การลดอัตราดอกเบี้ยและการสิ้นสุดของการดูดซับสภาพคล่อง (Quantitative Tightening) สินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโตเคอร์เรนซีอาจเห็นโมเมนตัมที่เพิ่มขึ้นในไม่ช้าAltcoin ขายเกินมูลค่า แต่ยังคงสร้างสรรค์ความเชื่อมั่นของตลาดยังคงระมัดระวัง พอร์ตโฟลิโอ Altcoin จำนวนมากยังคงลดลงถึง 60–65% และการประเมินมูลค่าต่ำกว่าในช่วง วิกฤต FTX เสียอีก อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ชี้ว่าในอดีต โอกาสในการลงทุนที่ดีที่สุดมักเกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดตกต่ำเช่นนี้ตัวอย่างเช่น ในช่วงวิกฤต FTX ปี 2022 Solana ร่วงลงไปอยู่ที่ประมาณ $9 ซึ่งขณะนั้นถูกมองว่า "ตายไปแล้ว" แต่ต่อมากลับพุ่งขึ้นมากกว่า 3,000% ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าการตั้งค่าที่คล้ายกันอาจกำลังก่อตัวขึ้นอีกครั้ง เนื่องจากโครงการ Altcoin หลายโครงการยังคงคิดค้นและเติบโตอย่างต่อเนื่องแม้ราคาจะลดลง1. Algorand (ALGO)Algorand ยังคงเป็นหนึ่งในโครงการบล็อกเชนที่ มีกิจกรรมมากที่สุด โดยมีการอัปเดตและความร่วมมือด้านระบบนิเวศอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด Algorand ได้ประกาศความร่วมมือกับ Google ในโปรโตคอลการชำระเงิน AP2 Aentic และได้แต่งตั้ง CTO คนใหม่เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมทางเทคนิค แม้ราคาจะลดลง แต่กิจกรรมของเครือข่ายและการมีส่วนร่วมของชุมชนยังคงแข็งแกร่ง ในอดีต ALGO เคยสร้างการพุ่งขึ้น 5 เท่า ในช่วงตลาดกระทิง และมีศักยภาพที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นอีกครั้งเมื่อตลาดกลับมาเป็น Risk-on2. Giza (GIZA)Giza ผสมผสานระหว่าง AI และ DeFi ทำให้เป็นหนึ่งในโครงการที่สร้างสรรค์ที่สุดในกลุ่ม Small-Cap Giza สร้างขึ้นบนเครือข่าย Base ของ Coinbase ซึ่งได้รับประโยชน์จากความนิยมที่เพิ่มขึ้นของระบบนิเวศนั้น แม้จะมีมูลค่าตลาดต่ำกว่า $200 ล้านดอลลาร์ แต่ความผันผวนสูงของโครงการก็มอบศักยภาพขาขึ้นที่สำคัญ ผู้สังเกตการณ์ตลาดคาดว่าความสนใจจะกลับมาอีกครั้งเมื่อกระแสที่เกี่ยวข้องกับ AI ได้รับความสนใจ ซึ่งอาจกระตุ้นให้ราคาฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว3. Arbitrum (ARB)ในบรรดาโซลูชัน Ethereum Layer-2 นั้น Arbitrum ยังคงครองตำแหน่งผู้นำในแง่ของกิจกรรมและ Total Value Locked (TVL) แม้จะนำหน้าด้านเงินทุนไหลเข้าแบบ On-chain แต่โทเคน ARB ยังคงอยู่ที่ จุดต่ำสุดของวัฏจักร ซึ่งเป็นสัญญาณของการประเมินมูลค่าที่ต่ำเกินไปอย่างมาก ARB กำลังอยู่บนแนวรับระยะยาว ซึ่งในอดีตเป็นระดับที่นำไปสู่กำไร 2–3 เท่า หากโมเมนตัมการซื้อยังคงดำเนินต่อไป โทเคนอาจเห็นการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า4. Wormhole (W)Wormhole ซึ่งเป็นโปรโตคอล Cross-chain ที่เชื่อมต่อระบบนิเวศบล็อกเชนหลายตัว เป็นอีกหนึ่งสินทรัพย์ที่มีมูลค่าต่ำเกินไปและมีกิจกรรม On-chain เพิ่มขึ้น โครงการได้ปรับโครงสร้าง Tokenomics ใหม่เมื่อเร็ว ๆ นี้ และได้รับความร่วมมือใหม่ ๆ เพื่อเสริมสร้างระบบนิเวศ แม้จะมีการอัปเดตการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แต่ราคาโทเคนยังไม่สะท้อนการเติบโตพื้นฐาน W มีศักยภาพที่จะทำกำไร 4 เท่า หากกลับไปสู่ระดับแนวรับเดิมเมื่อเทียบกับ Bitcoin5. Sei (SEI)Sei Network ซึ่งออกแบบมาสำหรับการซื้อขายด้วยความเร็วสูงและการเงินแบบกระจายอำนาจ เห็นการเติบโตที่แข็งแกร่งในช่วงกลางปี 2024 แต่ต่อมาได้ปรับฐานลงอย่างรวดเร็วตามความอ่อนแอของตลาดในวงกว้าง ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าการร่วงลงล่าสุดไม่เกี่ยวข้องกับพื้นฐานของโครงการ แต่เป็นผลมาจากการ ชำระบัญชี (liquidations) ทั่วทั้งตลาด ด้วยราคาที่กลับมาใกล้แนวรับในอดีต Sei สามารถเพิ่มมูลค่าเป็นสองเท่าได้อย่างง่ายดาย หากความเชื่อมั่นของตลาดดีขึ้น นักวิเคราะห์คาดว่า SEI จะฟื้นโมเมนตัมเมื่อสภาพคล่องกลับเข้าสู่ตลาด Altcoin อีกครั้งช่วงสะสมก่อนวัฏจักรกระทิงครั้งถัดไปAltcoin ใช้เวลาอยู่ในตลาดหมีมานานกว่าสี่ปี ซึ่งยาวนานกว่าวัฏจักรครั้งก่อนหน้า และยังไม่กลับไปถึงจุดสูงสุดตลอดกาล แม้แต่ Ethereum ก็ยังคงต่ำกว่าจุดสูงสุด อย่างไรก็ตาม ด้วยตัวชี้วัดทางเทคนิคที่ส่งสัญญาณเบื้องต้นของการ Divergence ขาขึ้น และแนวโน้มมหภาคที่สนับสนุนสินทรัพย์เสี่ยง หลายคนเชื่อว่าการพุ่งขึ้นครั้งใหญ่ของคริปโตครั้งถัดไปอาจใกล้เข้ามาแล้วที่มา https://coinpedia.org/news/top-5-altcoins-to-buy-in-november-2025-amid-the-crypto-market-crash/

realme GT 8 Pro : ปฏิวัติกล้องมือถือด้วย Ricoh GR และดีไซน์ "โมดูลาร์" ที่ถอดเปลี่ยนได้
อ่าน

realme GT 8 Pro : ปฏิวัติกล้องมือถือด้วย Ricoh GR และดีไซน์ "โมดูลาร์" ที่ถอดเปลี่ยนได้

ยุคใหม่ของเรือธง: ประสิทธิภาพสูงสุดและเอกลักษณ์ด้านภาพถ่าย realme ได้ประกาศเปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นล่าสุด realme GT 8 Pro อย่างเป็นทางการในประเทศจีนสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเป็นมากกว่าการอัปเกรดประจำปี แต่เป็นการประกาศสงครามในตลาดพรีเมียมด้วยนวัตกรรมที่ไม่เคยมีมาก่อน realme GT 8 Pro ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้ที่ต้องการ "ที่สุด" ของประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับ "สไตล์" ที่แตกต่างและประสบการณ์การถ่ายภาพระดับมืออาชีพ หัวใจหลักด้านประสิทธิภาพของ GT 8 Pro คือชิปเซ็ตเรือธงแห่งยุคอย่าง Qualcomm Snapdragon 8 Elite Gen 5 Extreme Edition ที่ผลิตบนสถาปัตยกรรม 3nm ซึ่งมาพร้อมหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 840 และ RAM LPDDR5X สูงสุด 16GB พร้อมพื้นที่เก็บข้อมูล UFS 4.1 สูงสุด 1TB ทำให้สมาร์ทโฟนรุ่นนี้มีพลังประมวลผลที่ทรงพลังที่สุดรุ่นหนึ่งในตลาด ณ ขณะนี้ นอกจากนี้ realme ยังเพิ่มชิปประมวลผลกราฟิก (Graphic Chip) ที่ออกแบบเองอย่าง R1 เพื่อช่วยเสริมการทำงานของ GPU และยกระดับประสบการณ์การเล่นเกมและการแสดงผลให้ลื่นไหลยิ่งขึ้น จุดเด่นด้านสเปกเด่นที่เหนือกว่า: หน้าจอ: LTPO AMOLED ขนาด 6.79 นิ้ว ความละเอียด QHD+ (3136x1440px) อัตรารีเฟรชเรท 144Hz ความสว่างสูงสุดเฉพาะจุดสูงถึง 7,000 nits แบตเตอรี่: ความจุขนาดมหึมา 7,000mAh (แบบ Si/C Dual-cell) รองรับชาร์จไวมีสาย 120W และชาร์จไร้สาย 50W การป้องกัน: มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68/IP69 จุดที่แตกต่าง: Ricoh GR และเกาะกล้องที่ "ถอดเปลี่ยนได้" สิ่งที่ทำให้ realme GT 8 Pro โดดเด่นเหนือเรือธงอื่นในตลาดคือฟีเจอร์ที่เน้นการปรับแต่งและประสบการณ์การถ่ายภาพ ซึ่งเป็นจุดที่ realme สร้างความแตกต่างจากคู่แข่งที่มักจะเน้นเพียงกำลังซูมหรือความละเอียดพิกเซลเท่านั้น การถ่ายภาพระดับ Ricoh GR realme ได้จับมือเป็นพันธมิตรกับ Ricoh (แบรนด์กล้องคอมแพคระดับตำนาน) เพื่อปรับจูนกล้องหลักของ GT 8 Pro ให้มีเอกลักษณ์ กล้องหลักมีความละเอียด 50MP (เซนเซอร์ 1/1.56 นิ้ว, f/1.8 พร้อม OIS) ซึ่งได้รับการปรับแต่งโทนภาพ (Tuned) โดย Ricoh เพื่อให้ได้ "ลายเซ็นต์" ของภาพถ่ายสไตล์ Ricoh GR ที่โดดเด่นเรื่องคอนทราสต์จัดจ้าน สีสันสมจริง และความสมบูรณ์แบบสำหรับ Street Photography โดยเฉพาะ นอกจากนี้ยังมีโหมดโทนภาพเอกลักษณ์ของ Ricoh GR ให้เลือกถึง 5 แบบ (เช่น Positive, Negative, High-contrast Black White) ชุดกล้องหลังเสริมที่ทรงพลัง: กล้อง Periscope Telephoto 200MP: (เซนเซอร์ ISOCELL HP5 1/1.56 นิ้ว, OIS) รองรับการซูม Optical 3x และ Lossless Zoom สูงสุด 12x กล้อง Ultra-wide 50MP: มุมมอง 116 องศา นวัตกรรมการออกแบบ: โมดูลกล้องที่ถอดเปลี่ยนได้ (Swappable Camera Island) realme GT 8 Pro เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของแบรนด์ที่มาพร้อม โมดูลกล้องที่ถอดเปลี่ยนได้ ซึ่งมีสลักเกลียว Torx สองตัวสำหรับยึด นี่ไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม แต่คือการนำแนวคิด "โมดูลาร์ไรเซชั่น" มาสู่ผู้บริโภคอย่างจริงจัง การปรับแต่งสไตล์: ผู้ใช้สามารถซื้อโมดูลดีไซน์ต่าง ๆ (ทรงสี่เหลี่ยม, ทรงกลม, ทรงหุ่นยนต์) มาเปลี่ยนได้เอง เพื่อให้เข้ากับสไตล์ในแต่ละวัน การสนับสนุน DIY: realme ได้เปิดไฟล์โมเดล 3mf ให้ผู้ใช้สามารถ พิมพ์ 3 มิติ โมดูลเกาะกล้องในแบบที่ตนเองออกแบบได้อย่างอิสระ ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้ชุมชนนักประดิษฐ์ (Maker) ได้สร้างสรรค์อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน realme GT 8 Pro ถูกวางตำแหน่งให้เป็น "เรือธงนักฆ่าระดับพรีเมียม (Premium Flagship Killer)" ที่มีสเปกเทียบเท่ากับสมาร์ทโฟนระดับสูงสุดของตลาด แต่มีราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าอย่างชัดเจน โดยสรุปแล้ว realme GT 8 Pro ไม่ได้เพียงแต่เสนอสเปกที่ "แรง" แต่ยังเสนอ "ความอิสระในการปรับแต่ง" และ "ประสบการณ์การถ่ายภาพที่มีเอกลักษณ์" ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญอย่างมาก การผสานกันระหว่างพลังของ Snapdragon 8 Elite Gen 5, แบตเตอรี่ 7,000mAh และลายเซ็นต์ Ricoh GR ทำให้ GT 8 Pro เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการสมาร์ทโฟนที่โดดเด่นทั้งในเกมและการสร้างสรรค์ภาพถ่าย realme GT 8 Pro เปิดตัวในประเทศจีนด้วยราคาที่น่าประทับใจเมื่อเทียบกับสเปกที่ได้รับ โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 3,999 หยวน หรือประมาณ 18,000 บาท ซึ่งราคาขายจริงในประเทศไทยอาจมีการปรับเพิ่มเล็กน้อยจากภาษีและค่าใช้จ่ายในการนำเข้า และ GT 8 Pro เตรียมวางจำหน่ายในตลาดโลกเร็วๆ นี้ (คาดว่าเดือนพฤศจิกายน) ซึ่งจะสร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ในตลาดเรือธงทั่วโลกอย่างแน่นอนครับ Credit : realme

ผู้บริหาร Pantera Capital ชี้ “ยังไม่สายเกินไป” ที่จะเข้าสู่ตลาดคริปโท
อ่าน

ผู้บริหาร Pantera Capital ชี้ “ยังไม่สายเกินไป” ที่จะเข้าสู่ตลาดคริปโท

#คริปโทเคอร์เรนซี #ทันหุ้น ข้อมูลจาก Cointelegraph ได้ระบุว่า Cosmo Jiang หุ้นส่วนทั่วไปของ Pantera Capital กล่าวว่า นักลงทุนที่พลาดโอกาสในกระแสคริปโทเคอร์เรนซียังคงมีโอกาสเข้าสู่ตลาดได้ เนื่องจากคนส่วนใหญ่ยังไม่ได้ถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลใด ๆ เลย แม้ว่า Bitcoin เพิ่งจะทะลุ 126,000 เป็นครั้งแรกและทำสถิติสูงสุดตลอดกาลใหม่ แต่ Jiang กล่าวในรายการ FastMoney ของ CNBC เมื่อวันจันทร์ว่า นักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงลังเลและไม่มีการถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลแม้แต่ศูนย์เปอร์เซ็นต์ "ผลสำรวจของ BankofAmerica เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนแสดงให้เห็นว่า กว่า 60 เปอร์เซ็นต์ของนักลงทุนยังคงถือครองสินทรัพย์ดิจิทัล 0 เปอร์เซ็นต์" เขากล่าว "นั่นเป็นจำนวนที่มากทีเดียว ดังนั้นความคิดที่ว่าสินทรัพย์ดิจิทัล 'สายเกินไปแล้ว' จึงไม่เป็นความจริง หากคนส่วนใหญ่ยังไม่ได้ถือครองมัน" การถือครองคริปโตยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก รายงาน State of Crypto 2025 ของสมาคมคริปโทเคอร์เรนซีแห่งชาติ ที่เผยแพร่ในเดือนพฤษภาคม พบว่า มีผู้ใหญ่ชาวอเมริกันเพียงหนึ่งในห้า หรือ 21 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ที่ถือครองคริปโทเคอร์เรนซีอย่างน้อยบางรูปแบบ ในระดับโลก สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เป็นประเทศที่นำหน้าในการยอมรับคริปโต แต่มีประชากรเพียง 25.3 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ถือครอง ตามรายงานของ ApeXProtocol เมื่อเดือนกันยายน Tom Bruni หัวหน้าฝ่ายตลาดของ Stocktwits บอกกับ Cointelegraph ในเดือนกันยายนว่า ราคา Bitcoin ที่เพิ่มขึ้นบ่อยครั้งอาจทำให้นักลงทุนบางรายรู้สึกกลัวและคิดว่าตัวเองพลาดโอกาสไปแล้ว Bitcoin ได้รับความชอบธรรม ถึงเวลาของ Altcoin แล้ว นอกจากโอกาสการเติบโตของตลาดที่ยังมีอยู่มาก Jiang ยังกล่าวว่า ในมุมมองของ Pantera ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาคือช่วงเวลาของการ "ทำให้ Bitcoin ได้รับความชอบธรรม" และในเมื่อผู้คน "เข้าใจ" แล้ว ก็ถึงเวลาที่ Altcoin จะโดดเด่นบ้าง "ขั้นตอนต่อไป และสิ่งที่กฎหมายของรัฐสภากำลังเปิดโอกาสอย่างแท้จริง คือการที่สินทรัพย์ดิจิทัลอื่น ๆ จะเข้ามามีบทบาท Ethereum, Solana" เขากล่าว "สิ่งเหล่านี้คือแพลตฟอร์มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และเราเชื่อว่า Solana กำลังก้าวไปสู่การเป็นบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ (mega-cap) แห่งยุคถัดไป" ประธานาธิบดี Donald Trump ได้ลงนามในกฎหมาย GENIUS Act เมื่อเดือนกรกฎาคม ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อกำกับดูแล Stablecoin แต่ยังคงรอการดำเนินการตามกฎระเบียบขั้นสุดท้าย กฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโตของสหรัฐฯ คือ CLARITY Act ก็อยู่ระหว่างการดำเนินการเช่นกัน และถูกคาดการณ์ว่าจะถึงโต๊ะของ Trump ภายในสิ้นปีนี้ สินทรัพย์ดิจิทัลยังคงได้รับการยอมรับอย่างต่อเนื่อง แม้ผู้คนจำนวนมากยังคงรอดูสถานการณ์อยู่ Jiang กล่าวว่า Bitcoin ยังคงเห็นเงินทุนไหลเข้าอย่างแข็งแกร่ง จากผู้ที่ทำกำไรไปสู่ผู้ซื้อรายใหม่ ท่ามกลาง "ความต้องการที่ล้นหลาม" ในกองทุน Exchange-Traded Funds (ETFs) "ปีนี้เป็นปีที่ปัจจัยลบมากมายได้กลายเป็นปัจจัยบวก (tailwinds) สำหรับคริปโต โดยเฉพาะอย่างยิ่งแนวคิดที่ว่า นักลงทุนในตลาดหุ้นได้ยอมรับสินทรัพย์ดิจิทัลครั้งใหญ่" เขากล่าว "เราเห็นเงินทุนเริ่มไหลเข้ามาอย่างแท้จริง ในมุมมองของ ETF ขณะนี้เงินไหลเข้า BitcoinETF ได้แซงหน้ายอดเงินที่ไหลเข้า Nasdaq นับตั้งแต่เปิดตัว ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อมาก" SpotBitcoinETFs บันทึกยอดเงินไหลเข้าสุทธิ 3.24 พันล้านดอลลาร์ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเกือบจะเท่ากับสถิติสูงสุดของสัปดาห์ในเดือนพฤศจิกายน 2024 ที่มา https://cointelegraph.com/news/investors-havent-missed-the-boat-as-bitcoin-hits-new-high

โน้ตบุ๊กเด็ดปลายปี 2025 สำหรับงานตัดต่อ ที่สุดของพลังสร้างสรรค์!
อ่าน

โน้ตบุ๊กเด็ดปลายปี 2025 สำหรับงานตัดต่อ ที่สุดของพลังสร้างสรรค์!

สำหรับชาวครีเอเตอร์และนักตัดต่อวิดีโอทุกคนที่กำลังมองหาคู่หูคู่ใจ บอกเลยว่าปี 2025 นี้เป็นยุคทองของวงการโน้ตบุ๊กจริงๆ เพราะมีตัวเลือกที่ทรงพลังและตอบโจทย์ทุกระดับความต้องการ ตั้งแต่งบประมาณสบายกระเป๋าไปจนถึงสเปกขั้นเทพที่ทำงานได้ทุกอย่าง! TrueID เราได้รวบรวมโน้ตบุ๊ก 6 รุ่นยอดเยี่ยมที่พร้อมจะยกระดับงานของคุณให้ลื่นไหลและมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิม มาดูกันเลยครับว่ามีรุ่นไหนบ้างที่เข้าตาคุณ! 1. MSI Thin 15: คุ้มค่าเกินคาดสำหรับมือใหม่ ถ้าคุณเพิ่งเริ่มต้นเส้นทางสายตัดต่อ หรือมีงบประมาณที่จำกัด MSI Thin 15 คือตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่ง! ในราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 22,490 บาท คุณจะได้โน้ตบุ๊กที่มาพร้อมสเปกที่เหลือเฟือสำหรับงานพื้นฐาน หน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว Full HD แบบ IPS ให้สีสันเที่ยงตรง พร้อมอัตรารีเฟรช 144Hz ที่ทำให้ภาพไม่สะดุด หัวใจสำคัญคือขุมพลังจากชิป Intel Core i5-13420H และการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3050 ที่ทำงานตัดต่อวิดีโอ Full HD ได้อย่างราบรื่น และยังมาพร้อม RAM DDR5 16GB, SSD 512GB และระบบปฏิบัติการ Windows 11 แท้ครบครัน 2. Lenovo LOQ 15: พลัง Render ที่สายงานโปรดปราน สำหรับคนที่ต้องการความเร็วในการ Render งานที่เพิ่มขึ้นเพื่อประหยัดเวลา Lenovo LOQ 15 เป็นตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้าม! ด้วยราคาประมาณ 26,000 27,000 บาท คุณจะได้โน้ตบุ๊กที่มาพร้อมชิป Intel Core i7-12650HX ซึ่งเป็นรหัสพิเศษที่ถูกปรับจูนมาให้แรงกว่าปกติ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับงานที่ต้องใช้พลังประมวลผลสูงๆ และยังทำงานคู่กับการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 4050 ที่ช่วยเร่งความเร็วในงานกราฟิกได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อม RAM DDR5 16GB และ SSD 512GB ที่พร้อมลุยทุกโปรเจกต์ของคุณ 3. Acer Nitro V15: ประสิทธิภาพที่เหนือกว่า ถ้าคุณเป็นนักตัดต่อมืออาชีพที่ต้องการความรวดเร็วในการทำงานสูงสุด Acer Nitro V15 จะทำให้คุณต้องทึ่ง! ในราคาประมาณ 39,990 บาท โน้ตบุ๊กเครื่องนี้อัดแน่นด้วยชิปตัวท็อปอย่าง Intel Core i9-13900H ซึ่งเป็นขุมพลังที่ยอดเยี่ยมสำหรับงาน Render ที่หนักหน่วง และจับคู่มากับการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 4060 ที่รับมือได้ทั้งงานวิดีโอระดับสูงและเกมกราฟิกระดับ AAA หน้าจอ 15.6 นิ้ว Full HD IPS ยังมาพร้อมอัตรารีเฟรช 165Hz ทำให้ทุกการเคลื่อนไหวดูสมูทไร้ที่ติ 4. MSI Cyborg 15: ฉีกกฎดีไซน์ด้วยสเปกที่โดนใจ สำหรับใครที่ชอบโน้ตบุ๊กที่มีดีไซน์ไม่เหมือนใคร ดูล้ำสมัย MSI Cyborg 15 คือคำตอบที่ใช่ ในราคาประมาณ 39,490 บาท รุ่นนี้มาพร้อมกับชิปประมวลผลรุ่นใหม่ Intel Core Ultra 7 และการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 4050 ที่ช่วยให้งานตัดต่อของคุณไม่สะดุด ด้วยประสิทธิภาพของ GPU ที่ดีกว่ารุ่นก่อนหน้า พร้อม RAM DDR5 16GB และ SSD 512GB ทำให้คุณสามารถสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างเต็มที่ 5. Lenovo Legion Pro 7: โน้ตบุ๊ก Workstation ที่สายโปรห้ามพลาด! สำหรับนักตัดต่อที่ต้องการประสบการณ์ระดับมืออาชีพ Lenovo Legion Pro 7 คือคำตอบสุดท้าย! ในราคาประมาณ 113,990 บาท คุณจะได้โน้ตบุ๊กที่มาพร้อมหน้าจอ WQXGA OLED ขนาด 16 นิ้ว ที่ให้สีสันตรงและคมชัดที่สุดในตลาด พร้อมอัตรารีเฟรชสูงถึง 240Hz ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังจากชิป Intel Core Ultra 9 ที่ปรับจูนมาให้แรงสุดๆ และการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 5080 ที่ทรงพลัง นอกจากนี้ยังมี RAM DDR5 32GB และ SSD 1TB ที่พร้อมรองรับทุกโปรเจกต์ใหญ่ 6. MSI Titan 18 HX AI: ตัวจบทุกภารกิจ นี่คือสุดยอดโน้ตบุ๊กอันดับหนึ่งที่สามารถทำงานได้ทุกอย่างที่คุณจินตนาการ! MSI Titan 18 HX AI คือ "เครื่องมือขั้นสุด" ในงบประมาณประมาณ 222,990 บาท คุณจะได้โน้ตบุ๊กที่มาพร้อมหน้าจอ 18 นิ้ว UHD (4K+) แบบ Mini-LED ที่แสดงผลได้คมชัดและสวยงามเหนือกว่าใคร ขุมพลังมาจากชิปตัวท็อป Intel Core Ultra 9 285HX และการ์ดจอที่แรงที่สุดในตลาดอย่าง NVIDIA GeForce RTX 5090 พร้อม RAM 64GB และพื้นที่เก็บข้อมูล SSD ขนาดมหาศาลถึง 6TB ที่ไม่มีทางเต็ม (2TB SSD M.2 + 4TB SSD M.2) ไม่ว่าจะ Render วิดีโอ 8K หรือทำกราฟิก 3D ที่ซับซ้อนก็เอาอยู่ทั้งหมด โดยสรุปแล้ว การเลือกโน้ตบุ๊กสำหรับงานตัดต่อในปี 2025 ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพราะมีตัวเลือกที่หลากหลายและน่าสนใจตั้งแต่ราคาหลักหมื่นไปจนถึงหลักแสน สิ่งสำคัญคือการเลือกให้เหมาะสมกับลักษณะงานและงบประมาณของคุณ เพื่อให้ได้เครื่องมือที่ช่วยให้งานสร้างสรรค์ของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพที่สุด และราคาด้านบนเป็นราคาโดยประมาณ ซึ่งราคาอาจแตกต่างไปจากนี้ขึ้นอยู่กับโปรโมชันและตัวแทนจำหน่ายครับ Photo Credit : MSI, Lenovo, Acer

9 ข้อที่ iPhone Air ยอมแลก เพื่อให้ได้หุ่นเพรียวบางสุดขั้ว
อ่าน

9 ข้อที่ iPhone Air ยอมแลก เพื่อให้ได้หุ่นเพรียวบางสุดขั้ว

เคยไหมครับที่เห็นสินค้าใหม่จาก Apple แล้วรู้สึกว่า "นี่แหละ Apple ในยุคก่อน!" เพราะดูเหมือนทุกอย่างจะถูกยอมสละเพื่อแลกกับดีไซน์ที่ดูเท่ล้ำสมัย โดยไม่สนว่าฟีเจอร์ที่หายไปนั้นสำคัญแค่ไหน หรือดีไซน์ที่ว่าเจ๋งนั้นถูกใจผู้ใช้จริงๆ หรือเปล่า เราเคยเห็น MacBook ที่คีย์บอร์ดและระบบระบายความร้อนที่ไม่ดีเท่าที่ควร, iPhone ที่งอง่าย หรือรุ่นที่สัญญาณขาดๆ หายๆ แค่เพราะเราจับเครื่องผิดวิธี วันนี้ประวัติศาสตร์ดูเหมือนจะซ้ำรอยอีกครั้งกับ "iPhone Air" ที่มาพร้อมดีไซน์บางเฉียบจนน่าทึ่ง ด้วยความหนาเพียง 5.64 มม. แต่ความบางระดับนี้แลกมาด้วยอะไรบ้าง? เราคงต้องรอให้ผู้ใช้งานจริงใช้ไปสักพักถึงจะรู้หมด แต่ตอนนี้เราจะมาดูกันว่ามีอะไรบ้างที่ถูกตัดออกไปอย่างชัดเจน เพื่อให้ได้มาซึ่งหุ่นเพรียวบางสุดขีดนี้ครับ 1. แบตเตอรี่ที่เล็กจิ๋วและชาร์จช้ากว่าที่คิด นี่คือประเด็นใหญ่ที่สุดที่ทุกคนต้องรู้! iPhone Air มาพร้อมแบตเตอรี่แค่ 3,149mAh ซึ่งน้อยกว่า iPhone 17 รุ่นธรรมดา (3,692mAh) และน้อยกว่า iPhone 17 Pro Max (4,832mAh) มากโข นั่นหมายถึงอายุการใช้งานต่อการชาร์จหนึ่งครั้งที่สั้นลงอย่างเห็นได้ชัด แม้ตัวเลขจาก EU Energy Label จะระบุว่าใช้งานได้ 40 ชั่วโมง ซึ่งต่างจากรุ่นธรรมดาแค่ชั่วโมงเดียว แต่สำหรับผู้ใช้งานหนัก บอกเลยว่าไม่น่าจะรอดพ้นวันแน่ นอกจากความจุที่น้อยกว่าแล้ว การชาร์จก็ยังช้ากว่าด้วย! ในขณะที่ iPhone 17 รุ่นธรรมดาและรุ่น Pro Max สามารถชาร์จถึง 50% ได้ใน 20 นาที แต่ iPhone Air ต้องใช้เวลาถึง 30 นาที ทั้งที่ความจุแบตเตอรี่ก็น้อยกว่าแท้ๆ 2. หน้าจอที่เล็กลงสวนทางกับเทรนด์ ในยุคที่จอใหญ่คือคำตอบ iPhone Air กลับมาพร้อมจอขนาด 6.5 นิ้ว ซึ่งเล็กกว่า iPhone 16 Plus (6.7 นิ้ว) และเล็กกว่า iPhone 16 และ 17 Pro Max (6.9 นิ้ว) นี่อาจไม่ใช่การประหยัดพื้นที่ แต่เป็น "ข้อจำกัดทางเทคนิค" ที่ Apple แก้ไม่ได้ เพราะตัวเครื่องบางเฉียบจนอาจไม่แข็งแรงพอ หากใส่จอที่ใหญ่กว่านี้ก็มีโอกาสที่จะงอได้ง่ายกว่าเดิม แม้จะใช้เฟรมไทเทเนียมซึ่งแข็งแรงกว่าอะลูมิเนียมก็ตาม 3. กล้องหลักที่ถูกลดสเปก สำหรับโทรศัพท์ราคาเกือบ 40,000 บาท การมีกล้องหลังแค่ตัวเดียวอาจถือว่า "งานหยาบ" ไปหน่อยครับ! รวมถึงกล้องหลักของ iPhone Air ไม่ใช่กล้องที่ดีที่สุดของ Apple เพราะใช้เซ็นเซอร์เดียวกับ iPhone 17 รุ่นธรรมดา ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าเซ็นเซอร์ในรุ่น Pro/Pro Max อย่างชัดเจน (1/1.56 เทียบกับ 1/1.28) ทำให้คุณภาพของภาพและวิดีโอด้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด 4. ไม่มีกล้อง Telephoto สิ่งที่หายไปอย่างชัดเจนคือกล้อง Telephoto ที่ทำให้สามารถซูมแบบ Optical ได้ iPhone Air มีแค่การซูม 2x แบบไม่สูญเสียรายละเอียดจากเซ็นเซอร์ 48MP เท่านั้น ซึ่งหลังจากนั้นคุณภาพของภาพก็จะเริ่มลดลงทันที 5. ไม่มีกล้อง Ultra-wide แม้จะไม่ได้ใช้บ่อย แต่กล้อง Ultra-wide ก็เป็นเลนส์ที่ให้มุมมองที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร และบน iPhone ยังใช้เพื่อถ่ายภาพแบบ Macro อีกด้วย ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้ iPhone Air ไม่มีเลยครับ 6. ชิปเซ็ต Pro ที่ไม่ได้ Pro จริงๆ Apple อ้างว่า iPhone Air มาพร้อมชิปเซ็ต A19 Pro แบบเดียวกับ iPhone 17 Pro/Max แต่จากการวิเคราะห์สเปกเบื้องต้นพบว่า ชิปใน Air มีแกน GPU แค่ 5 แกน ในขณะที่รุ่น Pro/Max มีถึง 6 แกน! ถึงแม้จะมี RAM เท่ากันที่ 12GB แต่การตัดแกน GPU ออกไปก็ทำให้ประสิทธิภาพในการประมวลผลกราฟิกลดลง และอาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้คำว่า "Pro" ไม่ได้ทรงพลังอย่างที่ควรจะเป็น 7. พอร์ต USB 2.0 สุดเชื่องช้า พอร์ต USB-C บน iPhone Air ยังคงเป็นมาตรฐาน USB 2.0 ซึ่งรองรับความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูลที่ต่ำมากๆ ในขณะที่รุ่น Pro/Pro Max มาพร้อมพอร์ต USB 3.0 ที่สามารถถ่ายโอนไฟล์วิดีโอ ProRes ขนาดใหญ่ไปยัง External SSD ได้อย่างรวดเร็ว การที่ Air ไม่มีคุณสมบัตินี้ ทำให้การทำงานที่ต้องใช้ไฟล์ขนาดใหญ่เป็นเรื่องยุ่งยากไปโดยปริยาย 8. เหลือลำโพงแค่ตัวเดียว! iPhone Air มีลำโพงแค่ตัวเดียวที่ด้านบนของเครื่อง ส่วนด้านล่างไม่มีลำโพงอีกตัวเหมือนรุ่นอื่นๆ คาดว่าพื้นที่ที่จำกัดแค่ 5.64 มม. อาจไม่เพียงพอสำหรับการติดตั้งลำโพงตัวที่สอง หรือ Apple อาจเลือกที่จะใช้พื้นที่นั้นเพื่อยัดแบตเตอรี่ที่เล็กอยู่แล้วเข้าไปแทน เพื่อให้ตัวเครื่องสามารถเปิดใช้งานได้ 9. กันชน กลับมาแล้ว!? Bumper หรือกันชนที่เคยเป็นอุปกรณ์จำเป็นใน iPhone 4 เพื่อแก้ปัญหาสัญญาณหายตอนจับเครื่อง ดูเหมือนจะกลับมาอีกครั้งใน iPhone Air ซึ่ง Apple ถึงกับทำ Bumper ที่ทำจากโพลีคาร์บอเนตเสริมความแข็งแรงเพื่อเพิ่มการป้องกันขอบให้กับมือถือที่บางเฉียบรุ่นนี้ นั่นเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า Apple เองก็ยังกังวลเรื่องความแข็งแรงและความทนทานต่อการตกหล่นของมันเช่นกัน โดยสรุปแล้ว iPhone Air คือตัวอย่างที่ชัดเจนของความพยายามที่จะทำลายขีดจำกัดด้านดีไซน์ แต่ต้องแลกมาด้วยการตัดฟีเจอร์สำคัญออกไปมากมาย ตั้งแต่แบตเตอรี่ที่ใช้งานได้สั้นลง, ความเร็วในการชาร์จที่ลดลง, กล้องที่ถูกลดสเปกลงจนเหลือแค่ตัวเดียว, และการตัดฟีเจอร์สำคัญอื่นๆ ที่ผู้ใช้หลายคนต้องการออกไป ซึ่งทั้งหมดนี้ถูกยอมสละเพื่อแลกกับความบางเฉียบที่ Apple มองว่าเป็น "ความสวยงาม" แต่คำถามคือความสวยงามนั้นคุ้มค่าหรือไม่? ทำให้มือถือรุ่นนี้อาจไม่ได้เหมาะสำหรับทุกคน ซึ่งถ้าหากเพื่อนๆ มองว่าความบางและความสวยงาม คือคำตอบของตัวเอง iPhone Air ก็อาจเป็นคำตอบของเพื่อนๆ ก็เป็นไปครับ

Ethereum ฟื้นคืนชีพ! ราคาพุ่งรับความต้องการจากสถาบัน
อ่าน

Ethereum ฟื้นคืนชีพ! ราคาพุ่งรับความต้องการจากสถาบัน

#Ethereum #ทันหุ้น - ข้อมูลจาก Coinpedia ได้ระบุว่า Ethereum กำลังสร้างกระแสอีกครั้ง โดยกลับมาทะลุระดับ 4,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ เนื่องจากนักลงทุนสถาบันต่างเข้าสะสมเหรียญอย่างเงียบๆ คริปโตเคอร์เรนซีที่ใหญ่เป็นอันดับสองกำลังแสดงสัญญาณที่อาจผลักดันราคาไปสู่ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ และนักเทรดเริ่มตั้งคำถามว่า: การขึ้นรอบใหม่กำลังจะมาในไม่ช้าหรือไม่? ด้วยการสะสมอย่างต่อเนื่องและความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้น สายตาทุกคู่กำลังจับจ้องไปที่การเคลื่อนไหวครั้งต่อไปของ Ethereum กองทุนแห่ตุน ETH จากข้อมูลล่าสุด การถือครองเหรียญ Ethereum โดยกองทุนได้เพิ่มขึ้นเป็นสถิติสูงสุดที่ 6.7 ล้าน ETH ในขณะที่ยอดคงเหลือรวมของกระเป๋าเงินอยู่ที่ 20.6 ล้าน ETH ตัวเลขเหล่านี้บอกเล่าเรื่องราวที่ชัดเจนเพียงเรื่องเดียวคือ สถาบันและผู้ถือครองระยะยาวกำลังสะสม ETH อย่างต่อเนื่อง สิ่งนี้สำคัญเพราะพิสูจน์ให้เห็นว่าความต้องการไม่ได้มาจากนักเทรดที่ไล่ล่าผลกำไรระยะสั้นเท่านั้น ตามที่ CryptoBusy ชี้ให้เห็น กองทุนขนาดใหญ่ต่างเพิ่ม ETH เข้าสู่พอร์ตอย่างสม่ำเสมอมาตลอดปี 2025 ในขณะเดียวกัน กระเป๋าเงินทุกขนาดก็กำลังเพิ่มการถือครองของตนเช่นกัน การผสมผสานระหว่างผู้เล่นรายใหญ่และนักลงทุนรายย่อยนี้สร้างรากฐานที่แข็งแกร่งขึ้นสำหรับราคาและการเติบโตในอนาคตของ Ethereum ผู้ถือครองระยะยาวยังคงสะสม นอกจากนี้ CryptoBusy ยังเน้นย้ำว่ายอดคงเหลือของ Ethereum โดยแยกตามมูลค่าการถือครองได้พุ่งขึ้นสู่ 20.6 ล้าน ETH ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสถิติใหม่ที่สำคัญ สิ่งที่โดดเด่นคือ กระเป๋าเงินในทุกช่วงขนาด ตั้งแต่นักลงทุนรายย่อยไปจนถึงผู้ที่ถือครองมากกว่า 100,000 ETH ต่างเพิ่มสถานะของตน มุมมองราคา Ethereum: แนวรับยังคงแข็งแกร่ง ปัจจุบันราคา Ethereum กำลังซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 4,522 ดอลลาร์สหรัฐฯ และยืนอยู่เหนือแนวรับสำคัญที่ 4,164 ดอลลาร์สหรัฐฯ ได้อย่างแข็งแกร่ง ขณะเดียวกัน ความท้าทายที่ใหญ่กว่าตอนนี้อยู่ที่ระหว่าง 4,600 ดอลลาร์สหรัฐฯ ถึง 4,800 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นโซนที่ Ethereum ต้องผ่านไปให้ได้ก่อนที่จะมุ่งสู่ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ สัญญาณทางเทคนิคก็ดูเป็นเชิงบวกเช่นกัน RSI อยู่ที่ 58 แสดงให้เห็นว่าสินทรัพย์ไม่ได้อยู่ในภาวะซื้อมากไปหรือขายมากไป นั่นหมายความว่ายังมีพื้นที่ให้เติบโตได้อีกโดยไม่จำเป็นต้องมีการปรับฐานที่รุนแรงก่อน อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ขาขึ้นจะยังคงอยู่ตราบใดที่ ETH สามารถรักษาระดับเหนือ 4,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ได้ การร่วงลงต่ำกว่าระดับดังกล่าวอาจเปิดประตูสู่ 3,865 ดอลลาร์สหรัฐฯ และหากร่วงลึกกว่านั้น อาจลงไปถึง 3,213 ดอลลาร์สหรัฐฯ ได้ ที่มาhttps://coinpedia.org/news/ethereum-price-surges-institutional-demand-hits-record-highs-5000-next/

KGI คัด 3 หุ้นเด่น แนะเก็งกำไร ตามปัจจัยพื้นฐาน
อ่าน

KGI คัด 3 หุ้นเด่น แนะเก็งกำไร ตามปัจจัยพื้นฐาน

ทันหุ้น บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) คัด 3 หุ้นเด่น แนะเก็งกำไร ตามปัจจัยพื้นฐาน ได้แก่ BTS ให้เป้าพื้นฐาน 5.1 บาท โดย 1) ประเมินรูปแบบราคาฟื้นตัว Rebound จาก Oversold ผ่านเส้นแนวโน้มขาลง ประเมินแนวรับ 3.36 บาท / แนวต้าน 3.52 3.74 บาท กรณี Break ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ ประเมินแนวต้านถัดไป +/-3.86 บาท (Stop loss 3.22 บาท) 2) ประเมิน Sentiment บวกเตรียมรับเงินชดเชยจาก กทม. และรับอานิสงส์จากโครงการรถไฟฟ้า 20 บาท จากประเด็นข่าว สภา กทม. เตรียมพิจารณาขอใช้เงินสะสมของ กทม. ในการชำระหนี้ BTS* ในวาระ 1 วันที่ 10 ก.ย.นี้ (มูลหนี้รวม +3 หมื่นล้านบาท) คาดทำให้งบดุลและกระแสเงินสดของ BTS* ฟื้นดีขึ้น รวมทั้งเราประเมินการเดินหน้าต่อโครงการรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายจะเป็นอีกปัจจัยบวกหนุน Sentiment การลงทุน 3) Valuation ถูก PBV 0.98 เท่า (อยู่ในระดับต่ำสุด เทียบเคียงปี 2553) หุ้น CPALL ให้เป้าพื้นฐาน 60 บาท โดย 1) ประเมินรูปแบบราคา Sideway ทดสอบแนวต้าน Trend line ประเมินแนวรับ 47.75 บาท / แนวต้าน 49.5 50.5 บาท กรณี Break ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 51.5 บาท (Stop loss 46.5 บาท) 2) ประเมินความเชื่อผู้บริโภคฟื้นตัวหลังได้รัฐบาลใหม่ เราประเมินความเชื่อมั่นผู้บริโภคมีโอกาสฟื้นตัว หลังจากได้รัฐบาลใหม่ และคาดหวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ หนุนการบริโภคในประเทศใน Q4/68 3) Valuation ถูก Forward PE +/-16 เท่า (-2 SD) ขณะที่คาดประมาณการกำไรปีนี้มี Upside กำไร 1H68 คิดเป็น 55% ของประมาณการฯทั้งปี หุ้น ADVICE ให้เป้า Consensus 6.45 บาท โดย 1) ประเมินรูปแบบราคา Sideway up ยืนเหนือค่าเฉลี่ย 200 วัน ประเมินแนวรับ 5.7 บาท / แนวต้าน 5.9 6.0 บาท กรณี Break ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 6.2 บาท (Stop loss 5.55 บาท) 2) ประเมิน Sentiment บวกจากการเตรียมเปิดตัว iPhone17 + สินค้ารองรับ AI ใหม่ๆ เราประเมินผลการดำเนินงานของ ADVICE ใน 2H68 (โดยเฉพาะ Q4/68) จะได้อานิสงส์จากการเปิดตัว iPhone17 (วันที่ 9 ก.ย.) ผลิตภัณฑ์อื่นๆของ Apple รวมทั้งคาดสินค้าไอที สมาร์ทโฟนใหม่ๆ ที่รองรับ AI จะทยอยเปิดตัวในช่วง Q4/68 นี้ 3) Valuation ไม่แพง และ Laggard กลุ่มค้าปลีก (โดยเฉพาะหุ้นค้าปลีกไอที) Forward PE +/-13 เท่า Dividend yield 5.5%